พรรคขวาจัดเยอรมนีคว้าชัยครั้งแรกในการเลือกตั้งระดับรัฐ มีความหมายอย่างไรต่อยุโรป ?

ที่มาของภาพ, Reuters
- Author, แคทยา แอดเลอร์
- Role, บรรณาธิการข่าวยุโรปบีบีซี
- Published
- เวลาอ่าน: 7 นาที
"สะเทือนครั้งใหญ่", "แผ่นดินไหวทางสังคมและการเมือง", "จุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับเยอรมนี" คือถ้อยคำที่นักวิเคราะห์ทางการเมืองและสื่อหลายสำนักใช้อธิบายถึงชัยชนะอันน่าตกตะลึงของพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (AfD) ซึ่งมีจุดยืนต่อต้านผู้อพยพ ในการเลือกตั้งท้องถิ่นของเยอรมนีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 ก.ย.) ทว่าคำกล่าวนี้เป็นการพูดเกินจริงหรือไม่
รัฐซัคเซิน-อันฮัลต์ (Saxony-Anhalt) เป็นหนึ่งในรัฐที่เล็กที่สุดจากทั้งหมด 16 รัฐของประเทศเยอรมนีอันกว้างใหญ่ รัฐแห่งนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพียง 1.7 ล้านคนจากทั้งหมด 59 ล้านคนทั่วประเทศ
แล้วทัศนคติทางการเมืองของรัฐนี้จะมีความสำคัญมากเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (AfD) พลาดการคว้าเสียงข้างมากแบบเด็ดขาดไปอย่างฉิวเฉียด
คำตอบของคำถามนี้คือ สำคัญอย่างยิ่ง
ประการแรกที่สำคัญที่สุด คือผลกระทบภายในเยอรมนีเอง
แม้การลงคะแนนเสียงครั้งนี้อาจเป็นเพียงการเลือกตั้งระดับภูมิภาค แต่มันส่งผลกระทบถึงการเมืองระดับชาติ ชัยชนะอย่างถล่มทลายของพรรค AfD ได้เพิ่มแรงกดดันมากยิ่งขึ้นอีกต่อรัฐบาลผสมสายกลางในกรุงเบอร์ลินที่ก็กำลังเผชิญกับมรสุมรุมเร้าอยู่แล้ว
นี่อาจกลายเป็นเหมือนการตอกฝาโลงทางการเมืองสำหรับ ฟรีดริช แมร์ทซ์ นายกรัฐมนตรีสายอนุรักษนิยมที่เสื่อมความนิยมอย่างหนัก ซึ่งเขาเคยให้คำมั่นว่าจะลดทอนความนิยมของพรรค AfD ลง
ปัญหาทางการเมืองเหล่านี้จะยิ่งบั่นทอนความเข้มแข็งและดึงความสนใจของเยอรมนีซึ่งเป็นผู้เล่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดของสหภาพยุโรปในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตการณ์ระดับทวีป ในขณะที่ยุโรปกำลังดิ้นรนเพื่อรับมือกับการรุกรานของรัสเซีย การตั้งกำแพงภาษีตามอำเภอใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และภัยคุกคามทางเศรษฐกิจจากจีน
ผลการเลือกตั้งในรัฐซัคเซิน-อันฮัลต์ ยังทำให้เกิดการตั้งคำถามและทบทวนตัวเองไปทั่วทั้งเยอรมนีซึ่งเป็นที่ที่อดีตยุคนาซียังคงส่งอิทธิพลอยู่มาก นี่ถือเป็นชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งที่โดดเด่นครั้งแรกของพรรคชาตินิยมขวาจัด ซึ่งทำให้พรรคมีโอกาสอย่างแท้จริงในการเข้ามาบริหาร ซึ่งในกรณีนี้คือการบริหารในระดับภูมิภาค นับตั้งแต่การล่มสลายของไรช์ที่สาม หรือยุคนาซีปกครองเยอรมนี ในปี 1945
ทางการเยอรมนีระบุว่าพรรค AfD มีลักษณะต่อต้านระบอบประชาธิปไตยในบางส่วน และจัดให้สาขาของพรรคในระดับภูมิภาคหลายรัฐ รวมถึงกลุ่มในรัฐซัคเซิน-อันฮัลต์ เป็นกลุ่มขวาจัดสุดโต่ง
เป็นที่ทราบกันดีว่าพรรค AfD ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเยอรมนีตะวันออก แต่ขณะนี้ผลโพลยังระบุว่าพวกเขาเป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดทั่วประเทศอีกด้วย
ดูเหมือนว่าพรรคการเมืองกระแสหลักของเยอรมนีจะทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผิดหวัง แล้วตอนนี้ระบบเศรษฐกิจเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และชาติที่มีประชากรมากที่สุดในทวีปหากไม่นับรวมรัสเซีย จะทำอย่างไรต่อไป
ความสนใจของทรัมป์ต่อพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (AfD)
รัฐเล็ก ๆ อย่างซัคเซิน-อันฮัลต์ ก็สร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองนอกประเทศเยอรมนีเช่นกัน
ผู้ที่จุดกระแสไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่รีบโพสต์ผลเอ็กซิตโพลของรัฐลงบนแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล ของเขาอย่างรวดเร็วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ข้อความที่สื่อถึงการต่อต้านผู้อพยพ ต่อต้านแนวคิดเสรีนิยมใหม่ และ "เยอรมนีเพื่อชาวเยอรมัน" ของพรรค AfD สอดคล้องกับแนวคิดทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง หรือ Make America Great Again (MAGA) ของโดนัลด์ ทรัมป์ เช่นเดียวกับพรรคชาตินิยมอื่น ๆ อีกหลายพรรคในยุโรป พรรค AfD ได้หยิบยืมกลยุทธ์ของทรัมป์มาใช้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของสื่อกระแสหลัก การตั้งคำถามถึงความเป็นกลางของผู้พิพากษา และการให้คำมั่นว่าจะ "ทำให้เยอรมนีกลับยิ่งใหญ่อีกครั้ง"
ทว่าสิ่งที่น่าสนใจคือ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับแทบไม่ถูกเอ่ยถึงในการหาเสียงในยุโรป เพราะนักการเมืองต่างตระหนักดีว่าเขาไม่ได้รับความนิยมเพียงใดในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
คนที่ตามโพสต์ทางโซเชียลมีเดียของทรัมป์มาติด ๆ ในคืนวันอาทิตย์ คือโพสต์ของนักธุรกิจชาวรัสเซียผู้ทรงอิทธิพลอย่าง คิริลล์ ดมิทรีฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกองทุนเพื่อการลงทุนโดยตรงของรัสเซีย (Russian Direct Investment Fund) ซึ่งเขาออกมาประกาศว่าผลการเลือกตั้งของพรรค AfD ถือเป็น "ประวัติศาสตร์"
เขากล่าวด้วยว่ารัฐบาลแห่งชาติของเยอรมนีถูก "ทำลายความน่าเชื่อถือ" และนายกรัฐมนตรีเยอรมนีถูก "ฉีกหน้า" พร้อมกับนำ ฟรีดริช แมร์ทซ์ ไปเปรียบเทียบกับ เคียร์ สตาร์เมอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งไปไม่นานจากการถูกบีบให้ลาออกเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา
รัสเซียมีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร
คุณอาจจะสงสัยว่า รัสเซียมีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไรกับการเลือกตั้งระดับภูมิภาคของเยอรมนี และการเหน็บแนมสหราชอาณาจักรของดมิทรีฟมีนัยอย่างไร
รัฐบาลเยอรมนีคือผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดเพียงรายเดียวให้กับยูเครน และเป็นที่ทราบกันดีว่าสหราชอาณาจักรได้ส่งมอบขีปนาวุธให้แก่กรุงเคียฟเพื่อใช้ในการโจมตีเข้าไปในดินแดนของรัสเซีย ซึ่งเรื่องนี้สร้างความโกรธแค้นให้กับทางการกรุงมอสโกอย่างมาก
เมื่อเทียบกันแล้ว พรรค AfD ถือว่าค่อนข้างฝักใฝ่ฝ่ายรัสเซีย พรรคต้องการให้เยอรมนียุติการส่งความช่วยเหลือทางการทหารแก่ยูเครน ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและกลับมาซื้อพลังงานที่มีราคาถูกกว่ามากจากรัสเซียอีกครั้ง
ภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างมากเผชิญกับภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง หลังเยอรมนีระงับการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย สืบเนื่องจากการที่รัสเซียเปิดการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2022

ที่มาของภาพ, Reuters
ท่าทีที่ผ่อนปรนต่อรัสเซียของพรรค AfD ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ดึงดูดเสียงสนับสนุนในฝั่งตะวันออกของเยอรมนีซึ่งยังคงมีความยากจนกว่าพื้นที่ทางตะวันตกอย่างมาก ทั้ง ๆ ที่เยอรมนีทุ่มงบมหาศาลถึง 2.3 - 3 ล้านล้านยูโร (ขึ้นอยู่กับรายงานและการนำเงินเฟ้อมาคำนวณ) เพื่อช่วยฟื้นฟูและรวมพื้นที่ส่วนที่เป็นอดีตคอมมิวนิสต์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ หลังจากการล่มสลายของกำแพงเมืองเบอร์ลินในปี 1989
รัฐซัคเซิน-อันฮัลต์เป็นภูมิภาคที่ยากจนที่สุดของเยอรมนี ที่นี่ก็เหมือนเช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนใหญ่ในเยอรมนีตะวันออกที่คุณมักจะพบสิ่งที่เรียกว่า "อสทัลกี" (Ostalgie) ในหมู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งก็คือ "ความโหยหาอดีตในภาคตะวันออก" ซึ่งคือช่วงเวลาที่มีความมั่นคงมากกว่าภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์
ทั่วยุโรปตอบรับอย่างไรบ้าง
ขณะที่สหภาพยุโรปก็เฝ้าติดตามการเลือกตั้งในรัฐซัคเซิน-อันฮัลต์ อย่างใกล้ชิดเช่นกัน
ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าคือฤดูกาลเลือกตั้งครั้งใหญ่ทั่วสหภาพยุโรป โดยคาดว่าจะมีการลงคะแนนเสียงในประเทศสำคัญ ๆ อย่าง ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน และโปแลนด์ ซึ่งสหภาพยุโรป หวาดกลัวว่าพรรคการเมืองที่มีแนวคิด "สุดโต่ง" ทั้งฝ่ายซ้าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายขวาของสนามการเมือง อาจได้ประโยชน์กันถ้วนหน้า
ซันติอาโก อาบัสกัล ผู้นำพรรคชาตินิยม ว็อกซ์ (Vox) ของสเปน โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม เอ็กซ์ (X) เมื่อวันอาทิตย์ว่า ชัยชนะของพรรค AfD ในรัฐซัคเซิน-อันฮัลต์คือ "ความหวังครั้งใหญ่สำหรับเยอรมนีและสำหรับยุโรป"
ในทางตรงกันข้าม เบนจามิน ฮัดดัด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุโรปของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นพันธมิตรของประธานาธิบดีสายกลางเอ็มมานูเอล มาครง เตือนว่า "นี่คือช่วงเวลาที่ตึงเครียดในยุโรป เมื่อได้เห็นฝ่ายขวาจัด ชนะการเลือกตั้งระดับภูมิภาคในเยอรมนี"
ทั้งพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนีและพรรคการเมืองอื่น ๆ ในยุโรปที่ถูกแปะป้ายว่าเป็น "ขวาจัด" หรือ "ขวาแข็งกร้าว" ต่างไม่ยอมรับชื่อเรียกเหล่านั้น พวกเขายังมีความแตกต่างกันในด้านน้ำเสียงและนโยบายพรรค พรรคเนชันแนลแรลลี (National Rally) ของฝรั่งเศสภายใต้การนำของมารีน เลอ เพน ได้ขับพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนีออกจากกลุ่มในรัฐสภาุยุโรปเมื่อสองปีที่แล้ว เนื่องจากมองว่ามีความ "หัวรุนแรง" จนเกินไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พรรคเหล่านี้มักจะมีร่วมกันคือ แนวคิดต่อต้านผู้อพยพและสารทางการเมืองที่มีความเป็นชาตินิยมเข้มข้น และนั่นคือสิ่งที่ทำให้สหภาพยุโรปวิตกกังวลอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็นเสียงเรียกร้องปลุกเร้าว่า "เยอรมนีต้องมาก่อน" หรือ "อิตาลีต้องมาก่อน" หรือ "ฝรั่งเศสเพื่อชาวฝรั่งเศส" ความกังวลในของศูนย์กลางบริหารยุโรปที่กรุงบรัสเซลส์ก็คือ การผงาดขึ้นของพรรคการเมืองชาตินิยมที่กำลังสร้างความตึงเครียดต่อความเหนียวแน่นของยุโรป ในยามที่เหตุการณ์ภายนอกเรียกร้องความกลมเกลียวกว่าที่เคยเป็นมา
พรรคชาตินิยมอย่างพรรค AfD หรือพรรค ลีกปาร์ตี้ (League Party) ของอิตาลีมักจะมีแนวคิดต่อต้านสหภาพยุโรปอย่างรุนแรง แต่กรุงบรัสเซลส์ระบุว่าชาติยุโรปจำเป็นต้องยืนหยัดร่วมกันเพื่อรับมือกับการใช้อำนาจข่มเหงรังแกของโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นต้น หรือเพื่อปกป้องธุรกิจของยุโรปอย่างมีประสิทธิภาพจากการทุ่มตลาดของสินค้าจากจีน
ฝ่ายความมั่นคงของยุโรปยังเตือนด้วยว่า รอยร้าวในมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียของยุโรป หรือการที่ประเทศต่าง ๆ เริ่มมีท่าทีอ่อนข้อต่อการเป็นสมาชิกนาโต (ดังที่เห็นได้ในพรรคเนชันแนลแรลลีของมารีน เลอ เพน หรือพรรค AfD) รังแต่จะเพิ่มความฮึกเหิมให้กับทางการมอสโก
บรรดาผู้บัญชาการฝ่ายความมั่นคงกล่าวว่า ชาติต่าง ๆ จะต้องยึดติดกันไว้เพื่อหยุดยั้งการรุกรานของรัสเซียในยูเครน มิฉะนั้นรัฐบาลเครมลินของเครมลินจะถูกล่อใจให้อยากโจมตีเข้าไปในดินแดนประเทศนาโต เช่น กลุ่มประเทศบอลติก
ประเด็นก็คือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในยุโรปตระหนักดีถึงภัยคุกคามภายนอกเหล่านี้รวมถึงผลกระทบที่มีต่อบ้านเกิดของพวกเขา พวกเขากังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามในยูเครนและตะวันออกกลาง เกี่ยวกับการทรุดโทรมของบริการด้านสุขภาพในประเทศ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่ลดน้อยลงสำหรับตัวเองและครอบครัว ตลอดจนการอพยพย้ายถิ่นฐานที่ไร้การควบคุมและความปลอดภัยบนท้องถนนก็เป็นข้อกังวลที่ใหญ่หลวงเช่นกัน
นี่คือจุดที่ความสำคัญของการลงคะแนนเสียงในรัฐซัคเซิน-อันฮัลต์เปล่งประกายเจิดจ้า เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนภัยสีแดงกระพริบไปยังพรรคการเมืองแบบดั้งเดิม รวมถึงสถาบันต่าง ๆ ทั่วสหภาพยุโรป เช่น ระบบตุลาการและหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรค AfD มองว่าเป็นพวก "ชนชั้นนำในระบอบเก่า" ที่เห็นแก่ประโยชน์ของตัวเอง
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในทวีปนี้รู้สึกเคว้งคว้างและผิดหวังจากพรรคการเมืองที่พวกเขาเคยสนับสนุนซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาเป็นเวลาหลายทศวรรษ การหันไปทางขวาหรือทางซ้ายในยามเลือกตั้งตอนนี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาทั้งหมดกลายเป็นคนหัวรุนแรงไปเสียหมดในชั่วข้ามคืน
คำขวัญหาเสียงของพรรคในรัฐซัคเซิน-อันฮัลต์คือสโลแกนในเชิงบวกอย่าง "ทุกสิ่งเป็นไปได้" พร้อมทั้งคำมั่นสัญญาที่จะทำให้ชาวเยอรมันรู้สึกภาคภูมิใจในประเทศของตนอีกครั้ง
แต่จนถึงตอนนี้พวกเขายังไม่เคยมีประสบการณ์และไม่เคยถูกทดสอบในเวทีการบริหารประเทศ และผู้คนก็ดูเหมือนจะเต็มใจลองเสี่ยงให้โอกาสพวกเขามากขึ้นเรื่อย ๆ































