ลูลา ประธานาธิบดีฝ่ายซ้าย ชนะเลือกตั้งบราซิลเป็นสมัยที่ 4 ท่ามกลางประเทศที่แบ่งขั้วรุนแรง

Getty Images
คำบรรยายภาพ, ลูอีซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีถึง 4 ครั้งแล้ว
    • Author, มารินา รอสซี
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีนิวส์ ณ นครเซาเปาโล
    • Author, เลอันโดร ปราเซเรส
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีนิวส์ ณ กรุงบราซิเลีย
    • Author, วาเนสซา บุชชลือเทอร์
    • Role, บรรณาธิการข่าวออนไลน์ประจำภูมิภาคลาตินอเมริกา รายงานจากกรุงลอนดอน
  • Published
  • เวลาอ่าน: 7 นาที

ลูอีซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา หรือที่รู้จักกันสั้น ๆ ว่า "ลูลา" ประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายมากประสบการณ์ของบราซิล ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่ 4 หลังเผชิญศึกการแข่งขันที่ดุเดือด โดยเขาสามารถเอาชนะ ฟลาวิโอ โบลโซนาโร คู่แข่งจากฝ่ายขวามาได้

ผลการนับคะแนนทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว โดย ลูลา ได้รับคะแนนเสียง 51.79% ขณะที่ โบลโซนาโร ได้รับคะแนนเสียง 48.21% ตามการประกาศของศาลการเลือกตั้งสูงสุดของบราซิล อย่างไรก็ตาม โบลโซนาโรยังไม่ได้ออกมายอมรับผลการเลือกตั้ง

แต่นั่นไม่ได้หยุดยั้งลูลา ซึ่งจะมีอายุครบ 81 ปีในวันอังคารที่ 27 ต.ค. จากการร่วมเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งที่ 4 ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี

ลูลาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีมาแล้วถึง 4 ครั้ง โดยเขาเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาแล้วสองสมัย ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2003 ถึงเดือน ธ.ค. 2010 และอีกครั้งตั้งแต่เดือน ม.ค. 2023

ทว่าเส้นทางสู่ชัยชนะของเขาในการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นไม่ได้ราบรื่นเลย

ตัวแทนฝ่ายขวาอย่างโบลโซนาโร เอาชนะลูลาในการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อวันที่ 4 ต.ค. และหลายฝ่ายก็ไม่คาดคิดว่าเขาจะพลิกกลับมาชนะได้ภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์

นอกจากนี้ เขายังสวนกระแสในวงกว้างของประเทศแถบลาตินอเมริกา ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงโทษผู้ที่อยู่ในตำแหน่งอยู่เดิม และหันไปซบฝ่ายขวาแทน

ในภูมิภาคนี้ ประเทศใหญ่ ๆ อย่าง อาร์เจนตินา ชิลี และโคลอมเบีย ณ ปัจจุบันต่างก็มีผู้นำที่เป็นสายอนุรักษนิยมอยู่ในตำแหน่งบริหารทั้งสิ้น

Getty Images
คำบรรยายภาพ, ฟลาวิโอ โบลโซนาโร (กลาง/เสื้อขาว) ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิลจากฝ่ายขวา กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น "เป็นไปไม่ได้" และ "อธิบายไม่ได้"

ด้าน ฟลาวิโอ โบลโซนาโร ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิลจากฝ่ายขวา กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น "เป็นไปไม่ได้" และ "อธิบายไม่ได้" โดยเขาเรียกร้องให้ผลการเลือกตั้งครั้งนี้กลายเป็นโมฆะ

บรรดาผู้สนับสนุนของโบลโซนาโรต่างตะโกนเรียกชื่อเขาขณะเดินออกจากสถานที่จัดงาน การที่เขาไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งอาจยิ่งสร้างความคลางแคลงใจและความไม่ไว้วางใจในหมู่ผู้สนับสนุนของตน

คำกล่าวของเขาในค่ำคืนนี้สะท้อนแนวทางเดียวกันกับบิดาของเขา ชาอีร์ โบลโซนาโร ซึ่งเคยปฏิเสธที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2022 มาแล้ว

Lula, with a white beard and in a white button-down shirt, smiles as he stands through the sunroof of a rain-speckled vehicle, reaching out to shake hands with supporters who are stretching their arms and holding up smartphones to record the moment. The scene takes place on a crowded street. Behind him a concerned looking man watches closely (a security agent?)
คำบรรยายภาพ, ลูลาออกมาทักทายเหล่าผู้สนับสนุนหลังจากที่เขาเข้าไปลงคะแนนเสียงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เหตุใดจึงมีการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ?

คำบรรยายวิดีโอ, รับชมวิดีโอ: เกิดอะไรขึ้นบ้างในการเลือกตั้งบราซิลครั้งนี้

ฟลาวิโอ โบลโซนาโร นักการเมืองฝ่ายขวา ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลรอบแรก โดยเอาชนะประธานาธิบดีลูลา ดา ซิลวา ซึ่งเป็นฝ่ายซ้ายไปได้ แต่เขาไม่สามารถคว้าคะแนนเสียงข้างมากโดยเด็ดขาดได้ จึงทำให้ต้องมีการเลือกตั้งรอบตัดสิน (run-off) ในวันที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา

โบลโซนาโรเป็นบุตรชายของอดีตประธานาธิบดี ชาอีร์ โบลโซนาโร ซึ่งกำลังรับโทษจำคุก 27 ปี ฐานเป็นผู้บงการความพยายามก่อรัฐประหารที่ล้มเหลว หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้งเมื่อปี 2022

การลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อวันที่ 4 ต.ค. เป็นไปอย่างสูสี โดยระหว่างการหาเสียง ประธานาธิบดีลูลามีคะแนนนิยมสูงกว่าเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการนับคะแนนไปเกือบทั้งหมดแล้ว โบลโซนาโรได้รับคะแนนเสียง 47% ขณะที่ลูลาได้ 45% จากคะแนนโหวตทั้งหมด

ทั้งลูลาและโบลโซนาโรถือเป็นสองบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการการเมืองบราซิล โดยเป็นตัวแทนของฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาตามลำดับ

การหาเสียงในครั้งนี้ได้ทำให้สังคมบราซิลกลับมาแตกแยกทางการเมืองอย่างชัดเจนอีกครั้งืประเด็นเรื่องอธิปไตยของชาติ อาชญากรรม สภาพเศรษฐกิจ และการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นหัวข้อสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสนใจมากที่สุด

ลูลาได้รับความนิยมมากกว่าในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ยากจนของบราซิล ในหมู่ผู้มีรายได้น้อย ชาวคาทอลิก และผู้หญิง

ขณะที่ ฟลาวิโอ โบลโซนาโร ได้รับการสนับสนุนมากกว่าในภาคใต้ รวมถึงในกลุ่มผู้มีฐานะดีกว่าและชาวคริสต์อีแวนเจลิคัล

ความท้าทายทางการเมืองอย่างถึงที่สุด

แคมเปญหาเสียงของลูลากลับมามีสีสันอีกครั้งหลังจากพ่ายแพ้ในรอบแรก โดยได้รับแรงผลักดันจากการประท้วงบนท้องถนนและการรณรงค์อย่างหนักในสื่อสังคมออนไลน์

อดีตช่างโลหะรายนี้ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในฝ่ายซ้ายของบราซิลมาตั้งแต่ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งแรกในปี 1989 กำลังเผชิญกับสถานการณ์ทางการเมืองที่ท้าทายที่สุดนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งครั้งแรกในปี 2003

วาระใหม่ของเขาจะเริ่มในวันที่ 5 ม.ค. 2027 และมันจะเริ่มต้นท่ามกลางข้อจำกัดสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงความเป็นปรปักษ์จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา

แม้ว่าทรัมป์จะไม่ได้ให้การสนับสนุน ฟลาวิโอ โบลโซนาโร คู่แข่งของลูลาโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาทำกับผู้สมัครฝ่ายขวาที่ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในโคลอมเบียและฮอนดูรัส แต่ก็แทบไม่มีข้อสงสัยเลยว่ารัฐบาลของทรัมป์ย่อมต้องการเห็นผู้นำสายอนุรักษนิยมขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศที่มีประชากร 213 ล้านคนแห่งนี้


Brazil Elections - Lula's Last Campaing Act
Demonstrators carrying flags, banners and umbrellas fill Paulista Avenue in Sao Paulo, Brazil, on October 24, 2026, awaiting Brazilian President Luiz Inacio Lula da Silva, of the Workers' Party (PT), during his last campaign rally before the presidential runoff. The runoff against Senator Flavio Bolsonaro, of the Liberal Party (PL), takes place on Sunday, October 25. (Photo by Gustavo Basso/NurPhoto via Getty Images)
คำบรรยายภาพ, ภาพบรรยากาศการรวมกลุ่มของผู้สนับสนุนลูลาก่อนการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าลาตินอเมริกาเป็นพื้นที่ที่สหรัฐฯ มีอิทธิพล โดยรัฐบาลทรัมป์ต้องการให้ผู้นำที่อยู่ในอำนาจสนับสนุนนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงนโยบายด้านการป้องกันประเทศ ความมั่นคง และการค้า

สหรัฐฯ ยังมีความตั้งใจที่จะลดอิทธิพลของจีนในซีกโลกตะวันตกลงอีกด้วย

บราซิลเป็นประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันและมีปริมาณแร่หายากสำรองมากเป็นอันดับสองของโลก นี่คือประเทศขนาดใหญ่เพียงประเทศเดียวในอเมริกาใต้ที่ไม่ได้ปกครองโดยผู้นำฝ่ายขวา หลายฝ่ายมองว่าลูลาค่อนข้างเป็นมิตรกับจีน

ด้าน ฟลาวิโอ โบลโซนาโร เขาเคยให้สัญญาว่าจะกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในขณะที่ลูลาได้เตือนสหรัฐฯ ไม่ให้แทรกแซงการเลือกตั้ง และยืนยันว่าบราซิลจะ "ไม่ยอมอยู่ภายใต้อิทธิพลของใคร"

ถึงแม้ว่าฝั่งทำเนียบขาวจะต้องผิดหวังกับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ชัยชนะของลูลาจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับนักสิ่งแวดล้อมที่เกรงว่าหากโบลโซนาโรชนะ จะยิ่งทำให้ภาคธุรกิจการเกษตรและเหมืองแร่ที่มีอิทธิพลของบราซิลมีอำนาจมากขึ้น

พวกเขาชี้ให้เห็นถึงระดับการตัดไม้ทำลายป่าและไฟป่าที่สูงเป็นประวัติการณ์ในลุ่มแม่น้ำแอมะซอนในช่วงที่ ชาอีร์ โบลโซนาโร บิดาของเขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยให้เหตุผลว่าภายใต้การนำของโบลโซนาโรผู้ลูก นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่หย่อนยานกว่าอาจนำไปสู่การทำลายล้างระบบนิเวศที่สำคัญนี้อีกครั้ง

A wide view of a forest edge shows smoke drifting across recently cleared and blackened land, with small patches of fire still burning near the trees. Dense green vegetation stands in the background while a haze of grey-white smoke blankets much of the landscape, suggesting ongoing land or forest burning.
คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายทางอากาศจากภารกิจบินสำรวจของกรีนพีซ แสดงให้เห็นไฟป่าที่กำลังลุกไหม้ในป่าฝนแอมะซอน ระหว่างการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP30) ซึ่งจัดขึ้นในประเทศบราซิล เมื่อปี 2025

แม้บรรดาผู้สนับสนุนของลูลาจะดีใจกับชัยชนะของเขา แต่ผลการเลือกตั้งแสดงให้เห็นว่าประเทศยังคงแบ่งแยกอย่างมาก โดยมีผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงมากกว่า 48% เลือกโบลโซนาโร

นอกเหนือจากความท้าทายในการรวมประเทศที่แบ่งขั้วอย่างรุนแรงเช่นนี้แล้ว ลูลายังจะต้องบริหารประเทศร่วมกับรัฐสภาที่มีแนวคิดขวาจัดที่สุดในยุคประชาธิปไตยของบราซิลด้วย

พรรคเสรีนิยม (PL) ของโบลโซนาโร เป็นพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม พรรคแรงงานของลูลาสามารถจัดการชุมนุมใหญ่ได้ก่อนการเลือกตั้งรอบสอง แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากประชาชนระดับรากหญ้าที่พรรคได้รับ

EPA/Shutterstock
คำบรรยายภาพ, ผู้สนับสนุนลูลาหลังรู้ว่าเขาได้รับชัยชนะ

ก่อนการเลือกตั้ง ลูลาได้กล่าวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็น "จุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับบราซิล"

เขาให้สัญญาว่าจะเชื่อมช่องว่างระหว่างขั้วการเมืองที่ขัดแย้งกันของบราซิลด้วย "วิธีการปกครองแบบใหม่" โดยกล่าวเพิ่มเติมในการถ่ายทอดสดผ่านแอปพลิเคชันวอทส์แอป (WhatsApp) ก่อนการเลือกตั้งว่า "ประเทศนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป"

แม้ว่าเขาจะให้รายละเอียดเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับรูปแบบการปกครองใหม่ที่จะเกิดขึ้น แต่เขายืนยันว่าเขาจะ "ยืนหยัดอย่างมั่นคงในการต่อสู้เพื่อประเทศที่ยุติธรรมยิ่งขึ้น โดยมีโอกาสสำหรับทุกคน และนโยบายที่มุ่งเน้นความต้องการของประชาชน"

ด้วยสถานการณ์ในสภาที่ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นมิตรกับเขา การต่อสู้ครั้งนี้ของลูลาอาจยากลำบากยิ่งกว่าในช่วงสามวาระก่อนหน้านี้ที่เขาดำรงตำแหน่ง โดยชายมากประสบการณ์ผู้นี้จะมีอายุ 85 ปีเมื่อสิ้นสุดวาระที่สี่ของเขา