"บ้านแห่งความสยองขวัญ" เปิดคฤหาสน์หรูในแคลิฟอร์เนีย ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสถานที่ทารุณเด็กจากการอุ้มบุญ

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, เมิ่งเฉิน จาง
- Role, แผนกโกลบอล ไชน่า (Global China Unit) บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส
- Published
- เวลาอ่าน: 9 นาที
ในเดือน พ.ค. ปี 2025 เด็กทารกอายุสองเดือนชื่อ "วอลเตอร์" ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในย่านชานเมืองอาร์คาเดีย ย่านของคนมีฐานะในรัฐแคลิฟอร์เนีย เนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ
หญิงคนหนึ่งที่อ้างว่าเป็นแม่ของเด็กบอกว่าเด็กทารกพลัดตกจากเตียงโดยอุบัติเหตุ ตามการรายงานของตำรวจ แต่แพทย์รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ โดยบอกว่าอาการของวอลเตอร์ดูคล้ายกับอาการบาดเจ็บที่ได้รับจากอุบัติเหตุทางรถยนต์หรือจากการถูกเขย่าตัวอย่างรุนแรงมากกว่า
เนื่องจากสงสัยว่ามีการทารุณกรรมเด็ก ตำรวจจึงเข้าตรวจค้นคฤหาสน์หรูที่วอลเตอร์อาศัยอยู่ และควบคุมตัวพ่อแม่ของเขา คือ กัวจุน ซวาน วัย 66 ปี และซิลเวีย จาง วัย 39 ปี ไว้ชั่วคราว โดยอัยการระบุว่าสิ่งที่พวกเขาพบนั้น "สามารถอธิบายได้เพียงว่าเป็นบ้านแห่งความสยองขวัญ" โดยมันคือเขาวงกตที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด โดยมีเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญ 14 คน อายุระหว่างหกเดือนถึงสามขวบอาศัยอยู่ โดยอัยการระบุว่าเด็กเหล่านั้นถูกทำร้ายร่างกายเป็นประจำทุกวัน
ต่อมาเจ้าหน้าที่พบว่า ที่อยู่ของคฤหาสน์หลังนั้น ได้จดทะเบียนกับบริษัทเอเจนซีอุ้มบุญที่สองคนนี้เป็นเจ้าของ โดยพวกเขาได้ใช้ที่อยู่นี้ในการจัดหาแม่อุ้มบุญหลายราย
ในเดือน ต.ค. ปีนี้ ทั้งคู่ถูกจับกุมอีกครั้งและถูกตั้งข้อหาว่าสมคบคิดกันกระทำการทารุณกรรมเด็ก พวกเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาและยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ โดยศาลกำหนดวงเงินประกันตัวไว้ที่คนละ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (675 ล้านบาท)
หากถูกตัดสินว่ามีความผิด ซวานอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 17 ปี 4 เดือน ในขณะที่จางอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 11 ปี 8 เดือน
"บ้านแห่งความสยองขวัญ"
คู่รักคู่นี้ได้ย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ในอาร์คาเดีย เมื่อเดือน เม.ย. ปี 2021
จากข้อมูลการประกาศขายออนไลน์ คฤหาสน์ขนาด 10,000 ตารางฟุต (929 ตารางเมตร) หลังนี้ถูกขายไปในราคา 3.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (111 ล้านบาท) ในปีเดียวกัน โดยคฤหาสน์หลังนี้ประกอบไปด้วย 9 ห้องนอน 11 ห้องน้ำ และสระว่ายน้ำที่มีระบบทำความร้อน
ย่านคนร่ำรวยทางชานเมืองฝั่งตะวันออกของนครลอสแอนเจลิสแห่งนี้ ได้รับฉายาจากสื่อท้องถิ่นว่า "เบเวอร์ลี ฮิลส์ ของชาวจีน" โดยเกือบ 60% ของประชากรถูกบันทึกว่าเป็นชาวเอเชียตามสำมะโนประชากรล่าสุดของสหรัฐฯ และส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ขณะที่รายได้ต่อครัวเรือนของคนที่นี่สูงกว่ารายได้ของครอบครัวส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ มาก

ที่มาของภาพ, Getty Images
"บ้านหลังนี้สามารถอธิบายได้เพียงว่า เป็นบ้านแห่งความสยองขวัญสำหรับเด็กเล็ก ๆ เหล่านี้ที่ถูกพามายังบ้านหลังนี้ผ่านกระบวนการอุ้มบุญ" นาธาน ฮอชแมน อัยการเขตเทศมณฑลลอสแอนเจลิส กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อเดือน ต.ค. ภายหลังมีการตั้งข้อกล่าวหา
ตามคำฟ้องระบุว่า มีกล้องวงจรปิด 32 ตัวติดตั้งอยู่ในคฤหาสน์ ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่าเด็กเล็กมักใช้เวลาหลายชั่วโมงนั่งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน มีห้องหนึ่งที่ไม่มีกล้องวงจรปิด แต่กล้องตัวอื่นๆ บันทึกภาพพี่เลี้ยงเด็กอุ้มเด็ก ๆ เข้าไปในห้องนั้น และได้ยินเสียงเด็ก ๆ กรีดร้องดังมาจากข้างใน
อัยการกล่าวหาว่าอาการบาดเจ็บของวอลเตอร์เกิดจากพี่เลี้ยงเด็กคนหนึ่งชื่อ ชุนเหมย หลี่ และได้ตั้งข้อหาเธอในฐานทารุณกรรมเด็กโดยอาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต
ตอนนี้หลี่ยังคงหลบหนี และยังจับกุมตัวไม่ได้
มิตเชลล์ เครมส์ ทนายความของคู่นี้ระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการ "บิดเบือนความจริง" โดยอ้างอิงจากหลักฐานที่เขาบอกว่าได้ตรวจสอบแล้ว ตามการรายงานของซีบีเอส นิวส์ ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านข่าวของบีบีซีในสหรัฐอเมริกา
เครมส์บอกว่าลูกความของเขา ซวาน เป็นผู้บริสุทธิ์
"เขาถูกโจมตีเพราะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการมีครอบครัวใหญ่" สำนักข่าวซีบีเอสรายงานคำกล่าวของทนายความคนนี้
พวกเขาได้เด็กทั้งหมดนี้มาได้อย่างไร?
สหรัฐอเมริกากลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางชั้นนำของโลกสำหรับการอุ้มบุญ ซึ่งหมายถึงการที่ผู้หญิงอุ้มท้องบุตรของผู้อื่นจนครบกำหนดคลอด จากการศึกษาข้อมูลการอุ้มบุญในสหรัฐฯ ในปี 2024 พบว่าเกือบหนึ่งในสามของพ่อแม่ที่ต้องการมีบุตรในช่วงปี 2014 - 2020 มาจากต่างประเทศ โดยจีนซึ่งเป็นประเทศที่ห้ามการอุ้มบุญ เป็นที่มาของลูกค้าต่างชาติกลุ่มใหญ่ที่สุดซึ่งคิดเป็นประมาณ 42% ของพ่อแม่ชาวต่างชาติที่ต้องการมีบุตร
สหรัฐฯ มีบริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ชาวจีนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายในประเทศจีน ผู้หญิงโสดและกลุ่ม LGBTQ มักเผชิญกับอุปสรรคในการทำเด็กหลอดแก้วและการฝากไข่ นอกจากนี้ยังมีคู่รักที่ถูกจำกัดด้วยนโยบายลูกคนเดียวของจีนที่ใช้มานานหลายทศวรรษ ซึ่งเมื่อนโยบายดังกล่าวสิ้นสุดลงในปี 2016 พวกเขาก็ประสบปัญหาทางร่างกายที่ไม่สามารถอุ้มท้องเองได้ ทำให้บางคู่หันไปพึ่งพาการอุ้มบุญในต่างประเทศ
เอกสารของศาลระบุว่า การที่ซวานและจางขอมีลูกผ่านการอุ้มบุญไม่ได้สร้างความสงสัยให้กับบรรดาหญิงที่รับจ้างอุ้มท้องให้ในตอนแรก โดยแม่อุ้มบุญหลายคนถูกว่าจ้างผ่านเอเจนซีที่ชื่อว่า "มาร์ก เซอร์โรเกซี" (Mark Surrogacy) โดยเอเจนซีแห่งนี้มักถูกมองว่าเป็นหน่วยงานภายนอกที่มีความเป็นอิสระ ทว่าท้ายที่สุดก็พบว่ามันถูกบริหารโดยคนคู่นี้ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ถูกเปิดเผยในทุก ๆ ครั้ง จากคำฟ้องในสองคดีที่แม่อุ้มบุญบางรายยื่นฟ้องต่อทั้งคู่
เอกสารการจดทะเบียนบริษัทระบุว่า ซิลเวีย จาง เป็นผู้จัดการของมาร์ก เซอร์โรเกซี และคฤหาสน์ของพวกเขาในเขตอาร์คาเดียก็ถูกระบุเป็นที่อยู่ของบริษัทในเอกสารเดียวกันด้วย
ในระหว่างการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 16 ต.ค. แมคเคนซี คาเมรอน เทมูรี รองอัยการเขต ได้แจ้งต่อผู้พิพากษาว่า ไม่มีพ่อแม่คนอื่น ๆ ที่ต้องการมีบุตรที่ได้รับการจับคู่กับแม่อุ้มบุญผ่านทางบริษัทจัดหาแม่อุ้มบุญที่ซวานและจางดำเนินการจากบ้านของพวกเขาเลยแม้แต่รายเดียว
ทรอนเดอร์ริกา เจมส์ หนึ่งในแม่อุ้มบุญ ได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับทั้งคู่ในปี 2025 จากการฉ้อโกงและการให้ข้อมูลเท็จโดยเจตนา โดยเธออ้างว่าจางไม่ได้เปิดเผยความสัมพันธ์ของเธอกับบริษัทมาร์ก เซอร์โรเกซี ตั้งแต่เริ่มต้น และเธอจะไม่ดำเนินการต่อหากรู้ถึงสภาพที่แท้จริงในการจัดการ
เจมส์ ไม่ได้ตอบรับคำขอสัมภาษณ์ของบีบีซี

ต่อมาฝ่ายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลยกฟ้อง โดยอ้างว่าหญิงผู้ฟ้องไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะฟ้องร้องได้ โดยคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ผู้หญิงอีกห้าคน ได้แก่ สเตซี่ เรลีน คิง, เอเวลีน เซโนลอส อาเรจา, เคย์ลา เอลเลียตต์, ฮัลลี เฮอร์นันเดซ และแวนิตี แมคโกเวอแรน ได้ยื่นฟ้องร้องกัวจุน ซวาน และซิลเวีย จาง แยกกันในเดือน ส.ค. โดยบอกว่าพวกเธอประสบกับประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งในคำฟ้องระบุว่า จางไม่ได้เปิดเผยความเชื่อมโยงระหว่างเธอกับซวาน กับเอเจนซีดังกล่าว รวมถึงไม่ได้เปิดเผยจำนวนบุตรที่แท้จริงที่พวกเขามีมาก่อนหน้านี้ด้วย
คำฟ้องระบุว่า "โจทก์แต่ละคนถูกทำให้เชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ตั้งครรภ์ให้กับคู่รักคู่นี้ และเธอกำลังช่วยเหลือครอบครัวนี้ให้มีลูกเพียงคนเดียวที่พวกเขาจะทะนุถนอม"
คู่รักคู่นี้ยังใช้บริการจากเอเจนซีรับจ้างอุ้มบุญอีกแห่งที่ชื่อเบบี้ทรี เซอร์โรเกซี (Babytree Surrogacy) ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียด้วย โดยแพทริค อวี่ผู้ก่อตั้งเบบี้ทรี กล่าวกับบีบีซีว่า พวกเขาได้รับการติดต่อจากซวานในปี 2018
อวี่ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า ซวานบอกเขาว่าอยากมีครอบครัวใหญ่ พวกเขาจึงช่วยซวานหาผู้หญิงหลายคนให้ ซึ่งคลอดลูกให้เขารวมอย่างน้อยสี่คน
"ตอนที่เราเห็นรายงานข่าวว่าเขากำลังถูกสอบสวน นั่นคือครั้งแรกที่ผมรู้ว่าเขามีลูกมากขนาดนี้ เราจึงหยุดทำงานร่วมกับเขาในทันที" อวี่กล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อข่าวเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของวอลเตอร์แพร่กระจายในเดือน พ.ค. ปีที่แล้ว หนึ่งในผู้หญิงที่อวี่ช่วยจับคู่ให้กับครอบครัวนี้ในปี 2024 ก็กำลังตั้งครรภ์อยู่
ทางการได้นำลูก ๆ ของพวกเขา 21 คนไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานคุ้มครองเด็กในขณะที่ตำรวจกำลังสอบสวนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทารุณกรรมเด็ก
อวี่ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า เขาเป็นคนจัดการให้คู่รักคู่นี้ได้พบกับแม่อุ้มบุญรายล่าสุดที่เพิ่งตั้งท้องได้ไม่นาน เขาเล่าว่าทั้งคู่ดูมั่นใจมากและให้คำมั่นกับแม่อุ้มบุญว่าพวกเขาดูแลเด็ก ๆ เป็นอย่างดี หญิงคนนั้นจึงตัดสินใจดำเนินการต่อจนให้กำเนิดลูกในช่วงต้นปี 2026
ยังไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมายใดเกี่ยวกับจำนวนการอุ้มบุญที่ผู้ประสงค์จะมีบุตรสามารถร้องขอได้ และยังไม่มีข้อกำหนดใด ๆ ที่บังคับให้จะต้องเปิดเผยข้อมูลเรื่องนี้ ตามการเปิดเผยของ ดร.เหลียง อวี่ รองประธานกลุ่มความสนใจเฉพาะของชาวจีน แห่งสมาคมเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์แห่งอเมริกา และผู้อำนวยการโครงการวิทยาศาสตร์คลินิกการเจริญพันธุ์ (American Society for Reproductive Medicine's Chinese Special Interest Group and Program Director of Reproductive Clinical Science) แห่งมหาวิทยาลัยโอลด์ โดมิเนียน
เหลียงกล่าวว่าธนาคาร (ที่เก็บรักษาเซลล์สืบพันธุ์) หรือเอเจนซีบางแห่งอาจมีข้อกำหนดเฉพาะของตนเอง แต่ไม่ใช่ข้อกำหนดที่กฎหมายบังคับ และคู่รักอาจทำงานร่วมกับหลายเอเจนซีพร้อมกันโดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดให้แก่ทุกเอเจนซี
"สิ่งนี้ทำให้เกิดพื้นที่สีเทาในทางกฎหมายและการกำกับดูแลอุตสาหกรรม"
เหลียงกล่าวเสริมว่า ในพื้นที่สีเทานั้น เธอได้เห็นตัวอย่างมากมายที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าผู้มั่งคั่ง ที่ไม่ได้มีแต่ชาวจีนเท่านั้น แต่เนื่องจากการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและการลงนามในข้อตกลงรักษาความลับร่วมกับแพทย์และคลินิกเจริญพันธุ์ ทำให้สาธารณชนส่วนใหญ่ไม่ทราบเรื่องเหล่านี้
"หรืออาจจะกล่าวได้อีกอย่างว่า พฤติกรรมแบบนี้ (แบบซวาน) ใช่ว่าจะไม่เคยมีมาก่อน"
บีบีซีได้ติดต่อทีมทนายความที่เป็นตัวแทนของซวานและจางเกี่ยวกับข้อกล่าวหาต่าง ๆ แล้ว ทว่ามิตเชลล์ เครมส์ ซึ่งเป็นตัวแทนทางกฎหมายของทั้งคู่ ไม่ได้ตอบกลับ ขณะที่แมตต์ คูฮานิม ทนายความของจาง บอกว่ากรณีนี้จะถูกชี้แจงผ่านช่องทางกฎหมายที่เหมาะสม
พ่อแม่
ในการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 16 ต.ค. เทมูรีแจ้งต่อผู้พิพากษาว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของพวกเขามีจำนวนสูงกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,377 ล้านบาท) มากอย่างมีนัยสำคัญในปี 2025
เทมูรีกล่าวเพิ่มเติมว่า มีการพบหนังสือเดินทางของซวาน 3 เล่ม ได้แก่ หนังสือเดินทางเม็กซิกัน จีน และสหรัฐอเมริกา
ตามรายงานของสื่อท้องถิ่นจีน ซวานเกิดที่มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีนในปี 1959 เมื่ออายุ 18 ปี เขาเริ่มต้นทำงานเป็นพนักงานบัญชีในบริษัทขายของชำของรัฐในเมืองอุรุมชี ต่อมาในปี 1997 เขาได้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนประชาชน (People's Congress) ประจำเมืองอุรุมชี และในปี 2008 ได้ดำรงตำแหน่งผู้แทนเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ซึ่งเป็นตำแหน่งในสภานิติบัญญัติระดับมณฑลที่เทียบเท่ากับผู้แทนระดับรัฐ
การปรากฏตัวในฐานะบุคคลสาธารณะของเขาไม่ได้หยุดลงหลังจากที่เขาย้ายไปอยู่ที่สหรัฐฯ เขาได้ดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าซินเจียงแห่งสหรัฐอเมริกา และรองประธานสหพันธ์จีน-อเมริกา โดยปรากฏตัวในงานสาธารณะต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา
ในภาพถ่ายภาพหนึ่งที่บีบีซีได้เห็น ซวานกำลังจับมือกับไอรีน หวัง อดีตนายกเทศมนตรีเขตอาร์คาเดีย ในงานหนึ่งเมื่อปี 2022 โดยระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งนายกเทศมนตรีของหวังในปีนั้น ซวานได้บริจาคเงิน 4,900 ดอลลาร์ (กว่า 1.6 แสนบาท) ผ่านบริษัทที่เป็นชื่อของเขา
หวังลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีเขตอาร์คาเดียในเดือน พ.ค. ปีนี้ หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตั้งข้อหาเธอว่าทำหน้าที่เป็นตัวแทนของจีนอย่างผิดกฎหมาย โดยเธอรับสารภาพในข้อหาดังกล่าว
ข้อมูลเกี่ยวกับจางซึ่งทำงานเป็นตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์นั้นมีน้อย โดยตามเอกสารของศาล ซวานและจางไม่เคยแต่งงานกัน ขณะที่จางเคยแต่งงานกับชายอีกคนหนึ่งและหย่าร้างกันในปี 2022
แล้วเด็ก ๆ จะเป็นอย่างไรต่อไป
ในการพิจารณาคดีเดือน ต.ค. เทมูรีได้ให้การต่อผู้พิพากษาว่ามีเด็ก 26 คนที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวนี้
ตามข้อมูลในคำฟ้อง จางได้เก็บข้อมูลลูกทั้งหมด 21 คนไว้ในตารางข้อมูล ในเดือน พ.ค. 2025 โดยเด็กเหล่านั้นถูกนำตัวไปอยู่ในความดูแลของรัฐ
ทว่าหลังจากนั้นยังมีเด็กเกิดใหม่เพิ่มอีก 5 คน ตามการรายงานของสำนักข่าวซีบีเอส ซึ่งเป็นพันธมิตรของบีบีซีในสหรัฐฯ ในเดือน ม.ค. 2026
เด็กคนหนึ่งที่เกิดจากแม่อุ้มบุญยังคงอาศัยอยู่กับแม่อุ้มบุญในรัฐเวอร์จิเนีย
เมลิสซา เอปส์ แม่อุ้มบุญที่คนคู่นี้จ้างมา ตั้งครรภ์อยู่เมื่อเธอทราบเรื่องการสอบสวนเมื่อปีที่แล้ว และเธอตัดสินใจที่จะเลี้ยงดูลูกเอง
คู่สามีภรรยาได้ยื่นฟ้องร้องต่อเอปส์ในข้อหาละเมิดสัญญาการอุ้มบุญ โดยเรียกร้องให้ส่งตัวเด็กหญิงคืน พร้อมทั้งเรียกร้องเงินหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐจากเอปส์
ตอนแรกเอปส์ไม่มีทนายความและต้องขึ้นศาลด้วยตัวเอง จนกระทั่งพาเมลา เดอแคมป์ ทนายความจากสมาคมช่วยเหลือทางกฎหมายแห่งรัฐเวอร์จิเนีย ได้รับคดีของเธอ
เอปส์ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับบีบีซี แต่เดอแคมป์ ทนายความของเธอส่งแถลงการณ์การมาให้ ซึ่งระบุว่าพวกเขา "รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่งต่อความพยายามของอัยการเขตลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ในการให้ความเป็นธรรมแก่เด็ก ๆ"
คดีของพวกเขาจะดำเนินต่อไปจนถึงเดือน มี.ค. ปีหน้า โดยเด็กหญิงอยู่ในการดูแลของหน่วยงานสังคมสงเคราะห์ แต่ยังอาศัยอยู่กับเอปส์ เธอเพิ่งฉลองวันเกิดครบหนึ่งขวบไปเมื่อเร็ว ๆ นี้
"เธอยังคงปลอดภัยและมีความสุขในรัฐเวอร์จิเนีย และเรามั่นใจว่าเธอจะยังคงเป็นเช่นนั้นต่อไป" เดอแคมป์กล่าว




























