7 คำถามที่แฟน ๆ อยากรู้คำตอบเกี่ยวกับ เจมส์ บอนด์ คนต่อไป

ที่มาของภาพ, WireImage/Corbis via Getty Images
- Author, ลิโซ มซิมบา
- Role, ผู้สื่อข่าวบันเทิง
- Published
- เวลาอ่าน: 11 นาที
เจมส์ บอนด์ เป็นบทบาทที่พิเศษไม่เหมือนใคร การได้รับบทนี้จะส่งให้นักแสดงก้าวเข้าสู่กลุ่มนักแสดงระดับแถวหน้าของวงการอย่างแท้จริง นับตั้งแต่ยุคของฌอน คอนเนอรี มาจนถึงแดเนียล เครก มีนักแสดงเพียง 6 คนเท่านั้นที่ได้รับบทนี้ในภาพยนตร์ชุดอย่างเป็นทางการ
เพียงแค่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีไปแล้วหลายคน และจำนวนคนที่เคยไปเหยียบดวงจันทร์ยังมีมากกว่าจำนวนนักแสดงที่เคยรับบทสายลับอังกฤษผู้นี้ถึงสองเท่า
การประกาศเปิดตัวนักแสดงที่จะมารับบทบอนด์คนใหม่ครั้งล่าสุดนั้นเกิดขึ้นเมื่อ 21 ปีก่อน (ในปี 2005) จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เหล่าแฟนคลับต่างเฝ้ารอคำตอบเกี่ยวกับอนาคตของบทบาทที่เป็นที่หมายปองที่สุดบทบาทหนึ่งในโลกภาพยนตร์ และเป็นส่วนหนึ่งของแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดชุดหนึ่งของวงการ
1. ใครจะเป็นคนต่อไปที่รับบทพยัคฆ์ร้าย 007?
แน่นอนว่านี่คือประเด็นใหญ่ที่แฟน ๆ ต่างพูดถึงกันมาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา และเมื่อการประกาศอย่างเป็นทางการใกล้เข้ามาทุกที กระแสการคาดเดาต่าง ๆ ก็ยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นในช่วงนี้
รายชื่อนักแสดงที่คุ้นหูหลายคนถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงตลอดหลายเดือนหรืออาจจะนานเป็นปีแล้ว โดยมักจะมีชื่อของเฮนรี คาวิลล์, แฮร์ริส ดิกคินสัน, เจคอบ เอลอร์ดี, แจ็ค โลว์เดน, เจมส์ นอร์ตัน, แจ็ค โอคอลแนลล์, คัลลัม เทอร์เนอร์ และแอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน ปรากฏอยู่เสมอ
แต่ในช่วงหลังมานี้ ก็เริ่มมีชื่อของนักแสดงคนอื่น ๆ ถูกนำเข้ามาเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน
เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นิตยสารวาไรตี้ (Variety) รายงานว่า ทอม ฟรานซิส นักแสดงละครเวทีได้เข้าร่วมการคัดเลือกนักแสดงสำหรับบทบาทนี้ ต่อมาในช่วงปลายเดือน ส.ค. คอลัมน์เพจ ซิกซ์ (Page Six) ระบุว่าจะมีการคัดเลือกนักแสดงเพิ่มเติมในเดือนนี้ โดยมีชื่อของ พอล เมสคัล (นักแสดงจาก Gladiator 2) และ แจ็ค บาร์ตัน (นักแสดงจาก Heartstopper และ SAS: Rogue Heroes) รวมอยู่ในรายชื่อผู้เข้ารับการคัดเลือกด้วย
การประกาศเกี่ยวกับทีมผู้สร้างภาพยนตร์ภาคถัดไปได้กล่าวถึงการรักษาจิตวิญญาณของตัวละครบอนด์เอาไว้ "ในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่การผจญภัยครั้งใหม่" ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการยืนยันว่าบอนด์จะยังคงเป็นตัวละครชายเช่นเดิม
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่ารายชื่อที่มีการกล่าวถึงกันนั้นมาจากข้อมูลวงในที่เชื่อถือได้ หรือเป็นเพียงแค่การคาดเดาและการคาดคะเนไปเองเท่านั้น
2. เริ่มการคัดเลือกนักแสดงแล้วหรือยัง?
เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา แอมะซอน เอ็มจีเอ็ม สตูดิโอ (Amazon MGM Studios) ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ดูแลแฟรนไชส์ภาพยนตร์เรื่องบอนด์ ได้ยืนยันว่ากระบวนการคัดเลือกนักแสดงกำลังดำเนินอยู่ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนัก โดยระบุเพียงว่า "แม้เราจะยังไม่ขอลงรายละเอียดเฉพาะเจาะจงในระหว่างขั้นตอนการคัดเลือกนักแสดง แต่เราก็ตื่นเต้นที่จะได้แจ้งข่าวสารเพิ่มเติมแก่บรรดาแฟน ๆ 007 ทันทีที่ถึงเวลาที่เหมาะสม" ซึ่งดูเหมือนว่าเวลาที่เหมาะสมนั้นกำลังใกล้เข้ามาทุกที
ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อเดทไลน์ (Deadline) ทางเอมี ปาสคัล หนึ่งในโปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์ภาคใหม่ ถูกถามว่าเราอาจจะได้ทราบข่าวคราวเกี่ยวกับผู้ที่จะมารับบทบอนด์ภายในสิ้นปีนี้หรือไม่ ซึ่งเธอตอบว่า "คิดว่าช่วงสิ้นปีน่าจะเป็นไปได้สูงทีเดียว"
เมื่อเดือนที่แล้ว แดเนียล ริชท์แมน นักเขียนข่าววงการบันเทิงได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า "ผมได้ยินมาว่าตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการคัดเลือกนักแสดงบทเจมส์ บอนด์และอาจจะได้ตัวนักแสดงที่เหมาะสมแล้วด้วยซ้ำ"
หลังจากที่โพสต์ข้อความลงบนเอ็กซ์ เจฟฟ์ สไนเดอร์ (Jeff Sneider) นักข่าวสายบันเทิงก็ได้ออกมาให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า "ผมก็ได้ยินข่าวลือแบบเดียวกันมาเหมือนกัน ตอนแรกมีรายชื่อเหลืออยู่ 7 คน แล้วก็ลดลงมาเหลือ 3 คน จนล่าสุดมีกระแสว่า 'พวกเขาอาจจะเจอคนที่ใช่แล้ว' ซึ่ง ณ จุดนี้ก็คงไม่มีใครฟันธงได้แน่ชัด แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผมกลับไม่คิดว่าจะเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่มีชื่อเป็นข่าวอยู่ตอนนี้ รวมถึงนักแสดงหนุ่มชาวออสเตรเลียคนนั้นด้วย..."
คำว่า "นักแสดงหนุ่มชาวออสเตรเลีย" ที่กล่าวถึงนี้ แทบจะหมายถึงใครไปไม่ได้นอกจาก เจคอบ เอลอร์ดี (Jacob Elordi) นักแสดงจากซีรีส์เรื่อง ยูโฟเรีย (Euphoria) และภาพยนตร์เรื่องวัทเตอริ่ง ไฮต์ส (Wuthering Heights) ซึ่งเติบโตในเมืองบริสเบนและนครเมลเบิร์น ก่อนจะย้ายไปสหรัฐอเมริกาเพื่อสานต่อเส้นทางอาชีพนักแสดง
3. กระบวนการคัดเลือกนักแสดงเป็นอย่างไร?

ที่มาของภาพ, United Artists/EON/MGM
กระบวนการคัดเลือกนักแสดงน่าจะดำเนินไปในรูปแบบเดียวกับการคัดเลือกในครั้งก่อน ๆ
ฉากที่ผู้ที่หวังจะรับบทบอนด์ มักจะต้องแสดงทดสอบนั้นมาจากภาพยนตร์เรื่อง From Russia With Love ซึ่งเป็นฉากที่ 007 เดินออกมาจากห้องน้ำแล้วพบ ตาเตียนา โรมาโนวา (Tatiana Romanova) นอนอยู่บนเตียงของเขา เป็นฉากที่นักแสดงต้องอาศัยบุคลิกท่าทาง การเคลื่อนไหว และเสน่ห์เฉพาะตัว โดยไม่มีฉากระเบิด ฉากต่อสู้ หรืออุปกรณ์ไฮเทคเข้ามาเกี่ยวข้อง
มาร์ติน แคมป์เบล ผู้กำกับภาคโกลเดนอาย (GoldenEye) และภาคกาสิโนรอแยล (Casino Royale) อธิบายกับเว็บไซต์บันเทิงโกลด์เดอร์บี (Gold Derby) ว่า "คำที่เหมาะสมคือ 'ง่ายดาย' คุณจะไม่เคยเห็นบอนด์ทำอะไรผิดพลาด เขาทำได้อย่างประหยัด มีประสิทธิภาพ และง่ายดาย ฉากนั้นครอบคลุมทุกด้านโดยพื้นฐานแล้ว"
และสำหรับซีรีส์ที่เดิมพันสูงเช่นนี้ ทีมงานภาพยนตร์จึงไม่เสียดายค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้เข้าทดสอบแต่ละคนจะออกมาเป็นอย่างไรบนหน้าจอ ดังที่ทีมงาน 007 เองได้อธิบายไว้ในอดีตว่า "การทดสอบหน้ากล้องของบอนด์เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก เกี่ยวข้องกับการทำผมและการแต่งหน้า เครื่องแต่งกาย ฉาก และนักแสดงคนอื่นๆ"
4. จะมีการประกาศตัวเจมส์ บอนด์คนใหม่อย่างไร?

ที่มาของภาพ, Getty Images
โดยปกติแล้ว การเปิดตัวนักแสดงที่จะมารับบทเจมส์ บอนด์คนใหม่มักจัดขึ้นในงานแถลงข่าวที่กรุงลอนดอนต่อหน้าสื่อมวลชนจากทั่วโลก แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่อำนาจในการกำหนดทิศทางสร้างสรรค์ของแฟรนไชส์ภาพยนตร์ชุดนี้ตกอยู่ในมือของสตูดิโออย่าง แอมะซอน เอ็มจีเอ็ม
แอมะซอน เข้าซื้อกิจการ เอ็มจีเอ็ม (MGM) ด้วยมูลค่า 8.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2021 ซึ่งรวมถึงสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ชุดเจมส์ บอนด์ด้วย และมีรายงานว่าทางบริษัทได้จ่ายเงินเพิ่มอีกอย่างน้อย 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์ในการกำหนดทิศทางและรูปแบบการสร้างสรรค์ผลงานของเจมส์ บอนด์ในอนาคต
ด้วยเม็ดเงินมหาศาลที่ทุ่มจ่ายไป จึงมีความเป็นไปได้สูงมากที่ แอมะซอน เอ็มจีเอ็ม จะต้องการดึงดูดแฟน ๆ ให้หันมาใช้บริการสตรีมมิ่งของตน โดยอาจเลือกเปิดตัวนักแสดงที่จะมารับบทเจมส์ บอนด์ คนใหม่ผ่านทาง ไพรม์ วิดีโอ (Prime Video)
แต่เพียงช่องทางเดียว การทำเช่นนั้นย่อมส่งผลให้ยอดสมาชิกบริการสตรีมมิ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน อีกทั้งข่าวการเปิดตัวดังกล่าวก็จะยังคงได้รับความสนใจและถูกนำเสนอโดยสื่อมวลชนทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
วันเจมส์ บอนด์โลก (Global James Bond Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 5 ตุลาคม (อันเป็นวาระครบรอบ 64 ปีนับตั้งแต่ภาพยนตร์ภาคแรกอย่าง "Dr. No" ออกฉาย) กำลังใกล้เข้ามาแล้ว ดังนั้น แฟนๆ จึงอาจลองกาปฏิทินเพื่อรอติดตามข่าวการเปิดตัวที่อาจเกิดขึ้นในวันดังกล่าวได้เลย
5. มีข้อมูลอะไรบ้างเกี่ยวกับภาพยนตร์ภาคถัดไป?

ที่มาของภาพ, Getty Images
เรายังไม่ทราบชื่อเรื่องหรือวันเข้าฉายที่แน่นอนในขณะนี้ โดย สตีเวน ไนท์ (Steven Knight) ผู้สร้างซีรีส์ "Peaky Blinders"กำลังรับหน้าที่เขียนบท และเดอนี วีลเนิฟว์ (Denis Villeneuve) ผู้กำกับจากภาพยนตร์เรื่อง "Dune" จะมารับหน้าที่กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งเป็นไปได้ว่าทีมงานอาจมีชื่อเรื่องในใจอยู่แล้ว หรือไม่ก็อาจจะเรียกโปรเจกต์นี้ไปพลาง ๆ ว่า "Bond 26"
ภาพยนตร์ในแฟรนไชส์ส่วนใหญ่มักใช้ชื่อเรื่องตามผลงานต้นฉบับของเอียน เฟลมมิง (Ian Fleming) ซึ่งยังเหลือเรื่องสั้นอีก 4 เรื่องที่ยังไม่ได้นำมาใช้เป็นชื่อภาพยนตร์ ได้แก่ "The Hildebrand Rarity", "Risico", "007 in New York" และ "The Property of a Lady" แม้ว่าจะมีการนำองค์ประกอบบางส่วนจากเรื่องราวเหล่านั้นไปใช้ในภาพยนตร์เรื่องก่อน ๆ ของบอนด์มาบ้างแล้วก็ตาม
นอกจากนี้ บรรดาแฟนคลับยังได้ร่วมเสนอชื่อเรื่องที่น่าสนใจกันอย่างคึกคัก โดยนับตั้งแต่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เสด็จขึ้นครองราชย์ในปี 2022 ก็มีชื่อที่ถูกเสนอออกมา เช่น "On His Majesty's Secret Service" และ "King & Country"
สำหรับกำหนดการฉายนั้น มีรายงานอย่างแพร่หลายว่าภาพยนตร์ภาคถัดไปน่าจะเข้าฉายในปี 2028 ซึ่งนั่นหมายความว่าเกือบจะแน่นอนแล้วว่านี่จะเป็นช่วงเว้นว่างระหว่างภาคที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยจะนานกว่าช่วงเวลา 6 ปีกับอีก 4 เดือนที่เคยเกิดขึ้นระหว่างภาค "Licence To Kill" (ปี 1989) และ "GoldenEye" (ปี 1995)
6.ทีมงานสร้างภาพยนตร์ชุดบอนด์วางแผนล่วงหน้าไปไกลแค่ไหน?
มีเพียงทีมงานสร้างภาพยนตร์ชุดบอนด์เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม แอมะซอน เอ็มจีเอ็ม มีความพร้อมด้านเงินทุนที่จะวางแผนล่วงหน้าในระยะยาวและพิจารณาประเด็นต่างๆ ได้อย่างรอบด้าน เช่น แนวทางการดำเนินเรื่องราวของบอนด์ตลอดภาพยนตร์หลาย ๆ ภาคต่อจากนี้ ว่าจะมีโครงเรื่องหลักที่ร้อยเรียงเส้นทางชีวิตของเขาตลอดช่วงทศวรรษหน้าหรือไม่ รวมถึงกำหนดการฉายภาพยนตร์ว่าจะเว้นช่วงห่างกันอย่างไร เช่น ทุก ๆ 2 ปี, 3 ปี หรืออาจจะ 4-5 ปี
นอกจากนี้ ด้วยเม็ดเงินลงทุนมหาศาล แอมะซอน เอ็มจีเอ็ม ย่อมต้องการเรียนรู้จากบทเรียนของดิสนีย์ ในกรณีของ สตาร์วอร์ส (Star Wars) และมาร์เวล (Marvel) กับจักรวาลภาพยนตร์ "Marvel (MCU)" เพื่อนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการแฟรนไชส์ภาพยนตร์สายลับเจมส์ บอนด์
แม้จะมีความต้องการเห็นผลงานภาคแยก (spin-offs) ของบอนด์ออกมาหลากหลายรูปแบบ เช่น เรื่องราวในวัยหนุ่มของบอนด์ หรือการผจญภัยของมิส มันนีเพนนี (Miss Moneypenny) แต่ทางค่ายก็คงต้องระมัดระวังไม่ให้มีการผลิตออกมามากเกินไปจนล้นตลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อภาพยนตร์ภาคหลักที่เป็นหัวใจสำคัญของแฟรนไชส์นี้ได้
7. ภาพยนตร์ภาคต่อไปจะสานต่อเรื่องราวจากบทสรุปของภาคที่แล้วอย่างไร?
เนื้อหาต่อไปนี้มีการเปิดเผยรายละเอียดสำคัญ (สปอยล์) ของภาพยนตร์เรื่อง "No Time To Die"
ฉากอำลาบทบาทของเดเนียล เครก ในตอนท้ายของภาค No Time To Die เผยให้เห็นตัวละครของเขาอยู่บนเกาะซึ่งเป็นฐานทัพลับของวายร้ายอย่าง ซาฟิน (Safin) (รับบทโดยรามี มาเลก) ในขณะที่เกาะแห่งนั้นถูกระดมโจมตีทางอากาศอย่างหนัก ส่งผลให้ยอดสายลับผู้นี้ต้องพบกับจุดจบในที่สุด
มีข่าวลือว่าภาพยนตร์ภาคถัดไปอาจนำเสนอเรื่องราวในช่วงเริ่มต้นชีวิตการทำงานของบอนด์ที่ MI6 ซึ่งเปรียบเสมือนการเริ่มต้นใหม่ (reboot) ของแฟรนไชส์ ทำให้ไม่ต้องกังวลหรือรู้สึกผิดหวังว่าเนื้อเรื่องจะไม่ได้สานต่อบทสรุปจากภาค "No Time To Die"
อย่างไรก็ตาม แฟน ๆ ของบอนด์ต่างก็อุ่นใจได้เสมอด้วยข้อความที่ปรากฏในช่วงท้ายของภาพยนตร์แทบทุกภาคที่ว่า "James Bond will return" (เจมส์ บอนด์ จะกลับมาอีกครั้ง)
ดูเหมือนว่าในเร็ว ๆ นี้ เราคงจะได้ทราบกันแล้วว่าใครจะมารับบทเป็นเจมส์ บอนด์คนต่อไป
































