3 ฉากทัศน์ กับผลที่ตามมาหลัง กกต. ลงมติ "คดีโกงเลือก สว." 14 ก.ย.

กิจกรรมนี้จัดขึ้นในช่วง 2 วันสุดท้ายก่อนที่ กกต. จะนัดพิจารณาลงมติสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว. วันที่ 14 ก.ย.

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคประชาชน

คำบรรยายภาพ, กิจกรรมนี้จัดขึ้นในช่วง 2 วันสุดท้ายก่อนที่ กกต. จะนัดพิจารณาลงมติสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว. วันที่ 14 ก.ย.
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • Published
  • เวลาอ่าน: 11 นาที

2 นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์เชื่อว่า 14 ก.ย. "ไม่ใช่วันจบ" หากผลการวินิจฉัย "คดีโกงเลือก สว." ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาแบบค้านความเห็นของวิญญูชน อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการฟ้องดำเนินคดีกับ กกต. หรือก่อฉันทามติในสังคมต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งเรื่อง สว. และองค์กรอิสระ

ในระหว่างเปิดเวทีสัมมนาในหัวข้อ "จับตาบทบาทองค์กรอิสระ ต่อวิกฤตการเมืองไทย" จัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร วันนี้ (12 ก.ย.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะ กมธ. กล่าวในเชิงดักคอว่า หาก กกต. ยกคำร้องทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน เรื่องนี้ไม่จบแน่นอน โดยในทางการเมือง กกต. จะต้องชี้แจงต่อสภาในการพิจารณารายงานประจำปี 2567-2568 ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งดำรงตำแหน่งทางการเมืองอาจต้องตอบคำถามในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนในทางกฎหมายก็ยังมีช่องทางดำเนินการต่อ รวมถึงการเอาผิด กกต. หากเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

"หากคดีโกง สว. ทำสำเร็จได้โดยไม่มีใครต้องรับผิด สิ่งที่เราจะได้กลับมาคือระบบหรือระบอบการเมืองที่สีหนึ่งทำอะไรก็ไม่ผิด หรือพูดชัด ๆ คือสีน้ำเงินทำอะไรก็ไม่ผิด" นายพริษฐ์กล่าว

กิจกรรมนี้จัดขึ้นในช่วง 2 วันสุดท้ายก่อนที่ กกต. จะนัดพิจารณาลงมติสำนวนเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว. วันที่ 14 ก.ย.

คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ทำให้การเลือก สว. ปี 2567 มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือที่ถูกเรียกขานว่า "คดีโกงเลือก สว." หรือ "คดีฮั้วเลือก สว." จำนวน 229 คน แบ่งเป็น สว. 138 คน, รมต. 13 คน, สส. 17 คน, ผู้สมัคร สว. และเครือข่าย 61 คน

ไม่ว่า กกต. จะตัดสินใจอย่างไร ย่อมมีผลตามมาหลังจากนั้น ต่อไปนี้คือคามเห็นและข้อวิเคราะห์ของ 3 นักวิชาการที่มาร่วมวงเสวนา

อนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำลูกพรรคแต่งกายชุดสีน้ำเงินเข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 นัดแรกเมื่อ 15 มี.ค. 2569 โดยมีวาระสำคัญคือการโหวตเลือก โสภณ ซารัมย์ เป็นประธานสภา

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, อนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำลูกพรรคแต่งกายชุดสีน้ำเงินเข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 นัดแรกเมื่อ 15 มี.ค. 2569 โดยมีวาระสำคัญคือการโหวตเลือก โสภณ ซารัมย์ เป็นประธานสภา

"มันคือเส้นเรื่องเดียวกันของการกระทำรวมหมู่" โดยมีมาสเตอร์มาย

กว่าจะถึงวันที่ 14 ก.ย. ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ติดตามข้อมูลข่าวสารที่ สว. สำรอง, อดีตผู้สมัคร สว., และภาคประชาชนออกมาเปิดเผยพยานหลักฐานต่าง ๆ อันพึงเชื่อได้ว่าการเลือก สว. ปี 2567 ไม่สุจริต อาทิ

  • กรณีมีผู้สมัครจำนวนมากยอมเสียเงิน 2,500 บาท เพื่อ "พลีชีพ" ไม่เลือกแม้แต่ตัวเอง ไปเลือกคนอื่น คำถามคือวิญญูชนพึงเชื่อได้ไหมว่าจะมีคนมีพฤติกรรมการตัดสินใจแบบนี้
  • การกาบัตรลงคะแนนที่เรียงเหมือนกัน ถ้าเรียงจากตัวเลขมากไปน้อยยังอาจพอเชื่อได้ แต่นี่เรียงสลับตัวเลขเหมือนกัน ซึ่งถือเป็นข้อมูลวัตถุพยาน ปฏิเสธไม่ได้
  • ผู้สมัครจำนวนมากเดินทางไปสถานที่เลือกพร้อมกัน, พักโรงแรมเดียวกัน, ใส่เสื้อเหมือนกัน ผลิตที่เดียวกัน
  • มีข้อมูลเรื่องการต่อสายโทรศัพท์จำนวนมาก และข้อมูลการซื้อตั๋วเครื่องบินในการเดินทางให้

"สิ่งที่เราเห็นทั้งหมดนี้ มันไม่ใช่พฤติกรรมรายบุคคล มันคือเส้นเรื่องเดียวกันของการกระทำรวมหมู่ มีโพย การเดินทาง บัตรเลือก เส้นทางการเงิน ดังนั้นไม่ใช่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นจากการกระทำตัวบุคคล ถ้าใช้ภาษาปัจจุบันคือต้องมีออแกไนเซอร์ (organizer – ผู้จัด) ถ้าใช้ภาษาภาพยนตร์ horror (แนวสยองขวัญ) คือต้องมีมาสเตอร์มาย (mastermind - ผู้บงการ/ผู้วางแผนชักใยข้างหลัง) ดังนั้นเส้นเรื่องไปไหน กกต. ต้องบอกให้ได้ว่าสิ่งเหล่านี้บังเอิญจริงไหม" ศ.ดร.สิริพรรณกล่าว

สว. ชุดที่ 13 มาจาก 20 กลุ่มอาชีพ ซึ่งอดีตรองนายกฯ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เคยให้ความเห็นว่า "เป็นนวัตกรรมที่ตนเองไม่เคยเห็นในโลก เลือกกันเองระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ"

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดให้ สว. มาจากการเลือกกันเองใน 20 กลุ่มอาชีพ ซึ่งอดีตรองนายกฯ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เคยให้ความเห็นว่า "เป็นนวัตกรรมที่ตนเองไม่เคยเห็นในโลก เลือกกันเองระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ"

ในการประเมินการทำหน้าที่ของ กกต. อาจารย์สิริพรรณตั้งหลักเกณฑ์เอาไว้ว่าต้องมีความชัดเจนในการอ้างอิงกฎหมาย, ต้องมีความสม่ำเสมอในการวินิจฉัยกฎหมายเมื่อเทียบกับคดีที่ผ่านมา, ต้องใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมไม่ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นใคร, และต้องใช้มาตรการลงโทษที่ได้สัดส่วนกับการกระทำผิด

"สิ่งที่รออยู่ในวันที่ 14 ก.ย. เรากำลังมองว่าให้ท่านใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดประตูให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย เราไม่ได้คาดหวังว่าท่านต้องวินิจฉัยความถูกผิดอย่างถึงที่สุด เพราะนั่นไม่ใช่อำนาจของท่าน" นักรัฐศาสตร์จากรั้วจามจุรีกล่าว

กกต. ต้องวางตัวเป็นวิญญูชนมอง "หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า"

มาตรา 62 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ระบุว่า "ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า" ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอันเป็นทุจริตในการเลือก หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม "ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา" เพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น

ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นอีกคนที่อ่านกฎหมายแล้วเห็นแนวเดียวกับ ศ.กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีของรัฐบาล "อนุทิน 1" ที่ว่า "หลักฐานอันควรเชื่อได้" ไม่ใช่ 100% แต่เป็นความเห็นเบื้องต้นว่าหากมีหลักฐานเชื่อได้ว่า กกต. ต้องส่งศาล และในการเชื่อของ กกต. ต้องวางตัวเป็นวิญญูชน คือคนที่มีเหตุผลแบบมนุษย์ทั่วไป ไม่ใช่เหตุผลต่างจากคนทั่วไป

นักกฎหมายรายนี้ให้ความเห็นต่อไปว่า หากเป็นพยานบุคคลก็มีน้ำหนักในระดับหนึ่ง แต่คนโกหกได้ อาจยกประโยชน์ให้ได้ แต่ถ้าเป็นพยานหลักฐานที่เป็นเอกสารต่าง ๆ เช่น ข้อมูลที่อยู่ในกระดาษว่ากาเลือกคนนั้นคนนี้, ใส่เสื้อร้านเดียวกัน มาด้วยกัน มันพิสูจน์ได้ สิ่งเหล่านี้วิญญูชนต้องคิดว่ามีน้ำหนักแค่ไหน

"ถ้าวิญญูชนทั่วประเทศเห็นอย่างหนึ่ง กกต. เห็นอีกอย่าง ผมว่า กกต. ก็ต้องตอบคำถาม" ศ.พิเศษ ธงทองกล่าว

การเลือก สว. ระดับประเทศเกิดขึ้นที่อิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี เมื่อ 26 มิ.ย. 2567

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, การเลือก สว. ระดับประเทศเกิดขึ้นที่อิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี เมื่อ 26 มิ.ย. 2567

ความคาดหวังต่อ กกต. ของอาจารย์ธงทองมี 3 ข้อ ได้แก่

  • โปรดใช้มาตรฐานอย่างวิญญูชนในการตัดสิน
  • หากผลการลงมติออกมาไม่ว่าเป็นเอกฉันท์หรือไม่เอกฉันท์ ช่วยอธิบายว่าความเห็นที่แตกต่างกันมาจากอะไร เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า กกต. ดูอย่างรอบคอบแล้ว ไม่ใช่เอาเสียงข้างมากลากไป
  • ต้องให้เหตุผลทางกฎหมายที่พิสูจน์ได้ และถ้าจริงใจก็พูดกันต่อหน้า เพราะมีสื่อออกข่าวว่าจะแจกเป็นเอกสารข่าวแทนการเปิดแถลงข่าว

กกต. จะเลือกแนวทางไหน

ท่ามกลางสำนวนหลายหมื่นหน้า มีการคาดการณ์ว่ามติของ กกต. มีโอกาสออกได้ 3 แนวทาง โดยมีความเห็นของคณะทำงานชุดต่าง ๆ เป็นหลังพิง ได้แก่

1. สั่งฟ้องทั้งหมด ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 ที่มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน

2. สั่งฟ้องบางส่วน ตามความเห็นของนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ปฏิบัติหน้าที่แทนนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.

3. ยกฟ้องทั้งหมด ตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ที่มีนายเชาวนะ ไตรมาศ อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธาน

ศ.ดร.สิริพรรณเชื่อว่า กกต. จะ "ส่งฟ้องบางส่วน" แต่เธอไม่ได้ระบุจำนวนและกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาที่คาดว่าจะถูกสั่งฟ้อง แต่บอกว่ามีตัวเลขในวุฒิสภาที่ต้องรักษาเอาไว้ที่ 67 เสียง (จำนวน 1 ใน 3 ของวุฒิสภาทั้งหมด 200 คน) เพราะเป็นฐานรากและกุญแจสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้า กกต. เลือกแนวทางนี้ก็ต้องอธิบายแก่สังคมว่าเห็นไม่ตรงกับวิญญูชนตรงไหน

ถ้า กกต. สั่งฟ้องบางส่วนหรือทั้งหมด สำนักงาน กกต. ก็ต้องจัดทำสำนวนคำร้องยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาซึ่งคาดว่าใช้เวลาเป็นเดือน ๆ ก่อนส่งไปศาลฎีกา โดยระหว่างนี้ สว. ที่ถูกสั่งฟ้องยังทำหน้าที่ต่อไปได้ตามกฎหมาย จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

อาจารยสิริพรรณย้ำว่า คดีนี้ไม่เหมือน "คดี 44 สส. พรรคก้าวไกล" ซึ่งเป็นการร้องฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงฯ มีคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ยื่นคำร้อง ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาว่าจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ก็ได้เมื่อศาลรับคำร้องไว้พิจารณา แต่การฟ้องคดีโกงเลือก สว. เป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ถ้าศาลรับ ต้องหยุดทันทีเพราะกฎหมายเขียนเอาไว้ชัดเจน ไม่มีทางเลือกอื่น

ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต. ดำรงตำแหน่งครบวาระไปตั้งแต่ 4 ธ.ค. 2568 แต่ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี กกต. ใหม่มาแทน เพราะที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อ ก.พ. 2569 ได้โหวตคว่ำชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งแทนเขา

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต. ดำรงตำแหน่งครบวาระไปตั้งแต่ 4 ธ.ค. 2568 แต่ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี กกต. ใหม่มาแทน เพราะที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อ ก.พ. 2569 ได้โหวตคว่ำชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งแทนเขา

อนาคตของ 7 กกต.

ไม่ว่า กกต. จะตัดสินใจอย่างไร ศาสตราจารย์แห่งภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยคำอธิบายโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะถ้าสั่งไม่ฟ้องหรือสั่งฟ้องบางส่วนว่าใช้เหตุผลใดหักล้างจากพยานบุคคล เอกสาร พยานวัตถุ หลักฐานอันควรควรเชื่อได้ว่า โดยย้ำว่ามีช่องทางตามกระบวนการยุติธรรมที่ยังเปิดอยู่สำหรับประชาชน

"วันที่ 14 ก.ย. ไม่ใช่วันจบ มันคือวันเริ่มต้น ไม่ว่า กกต. จะแถลงอย่างไร ถ้าฟ้องบางส่วนต้องให้เหตุผลเรา ส่วนที่ไม่ฟ้องเพราะอะไร ถ้ายกฟ้องทั้งหมดเพราะอะไร" และ "หากเราเห็นว่าคำอธิบายนั้นไม่หนักแน่นพอ ไม่สามารถหักล้างหลักฐานได้ แปลว่า กกต. อาจใช้อำนาจมิชอบ ดังนั้นก็ฟ้อง กกต. มาตรา 157 (ประมวลกฎหมายอาญา) ได้ โดย สว.สำรอง หรือผู้สมัคร สว. ถือเป็นผู้เสียหาย" ศ.ดร.สิริพรรณกล่าว

วานนี้ (11 ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวไว้ล่วงหน้าว่า หากวันที่ 14 ก.ย. กกต. มีคำวินิจฉัยที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย เรื่องจะไม่จบลงเพียงแค่นั้น พรรค ปชป. พร้อมเข้าช่วยเหลือสนับสนุนข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงให้กับผู้เสียหาย เพื่อนำคดีขึ้นสู่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อฟ้องเอาผิดองค์กรอิสระต่อไป

ย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน พรรค ปชป. เป็นผู้ฟ้องคดี กกต. ชุดที่ 2 ที่มี พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ เป็นประธาน ในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา และทำให้ กกต. ชุดนั้นต้องติดคุกมาแล้วตามคำพิพากษา จากกรณีจัดการเลือกตั้ง 2 เม.ย. 2549 โดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมเพื่อช่วยเหลือพรรคไทยรักไทย (ทรท.) และกรณีสอบจ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม 23 เม.ย. 2549

เดิมพันประชาธิปไตยไทย

ในทัศนะของ รศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เดิมพันของสังคมไทยในวันที่ 14 ก.ย. ค่อนข้างสูง "มันไม่ใช่แค่ กกต. หรือ สว. แต่เดิมพันคือประชาธิปไตยไทยจะเสื่อมทรุดกว่านี้ หรือพอฟื้นฟูกลับมาได้ การตัดสินของ กกต. จะมีนัยสำคัญมากต่อประชาธิปไตยไทย"

จากนั้นเขายกผลสำรวจดัชนีประชาธิปไตยจาก 3 องค์กรสากลขึ้นมาอ้างอิง พบว่า สถานะของไทยตกต่ำลงทั้งด้านคุณภาพการเลือกตั้ง สิทธิเสรีภาพของประชาชน หลักนิติรัฐ และการตรวจสอบถ่วงดุล ด้วยเหตุผลที่ว่าเสาหลักประชาธิปไตยอ่อนแอทุกด้าน โดยเสาแรกคือการเข้าสู่อำนาจต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม, เสาที่สอง การตรวจสอบต้องเข้มแข็ง และเสาที่สาม สิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้การเลือกตั้งสภาล่างและสูงของไทยมีปัญหาทั้งคู่ ส่วนเสาตรงกลางก็เกี่ยวข้องโดยตรงกับ สว. และ กกต.

รศ.ดร.ประจักษ์พบว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เพิ่มอำนาจองค์กรอิสระมากขึ้น แต่ลดการตรวจสอบ ถ้ามองสถานการณ์ปัจจุบันจึงถึงจุดที่เรียกว่า Institutional Decay หรือความผุพังเชิงสถาบัน ซึ่งสะท้อนผ่าน 3 อาการสำคัญคือ ประสิทธิภาพในการทำงานไม่มี, ความไว้วางใจของประชาชนไม่มี, และความชอบธรรมในการใช้อำนาจเสื่อมถอย จนท้ายที่สุดองค์กรอาจไม่สามารถทำแม้แต่ภารกิจพื้นฐานของตนเอง เช่น กกต. ซึ่งมีภารกิจสำคัญที่สุดคือการจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม ความผุพังดังกล่าวเกิดขึ้นได้ทั้งจากการออกแบบสถาบันที่มีปัญหา และจากการที่องค์กรถูกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งยึดกุมหรือแทรกแซง แทนที่จะปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ กลับทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของผู้ที่สามารถยึดกุมองค์กรนั้นได้ ดังนั้นการตัดสินใจคดีโกงเลือก สว. ของ กกต. เป็นทางแพร่งที่ไม่เพียงกำหนดความเชื่อมั่นของประชาชนต่อ กกต. เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อทิศทางของประชาธิปไตยไทยด้วย

นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ยอมรับว่า "กลัวเหลือเกิน" ว่าผลจะไม่ออกมาแบบที่สังคมคาดหวังว่าอยากเห็น กกต. เพราะถ้าพูดถึงระบอบ ต้นตอของปัญหาต่าง ๆ ที่พูดกันอยู่ ต้นไม้พิษที่ใหญ่สุดคือรัฐประหาร 2557 โดยมีรัฐธรรมนูญ 2560 เป็นผลผลิต เป็นผลไม้พิษของต้นไม้นั้น ซึ่งการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ได้ขึ้นอยู่กับ สว. ดังนั้นการส่งฟ้องไม่ว่าจะกี่คน มีโอกาสที่ศาลจะขอหลักฐานเพิ่ม มันอาจไม่หยุดแค่นั้น มันอาจจะไหลไปเหลือต่ำกว่า 67 เสียง จึงไม่คิดว่าคนกุมสภาพจะยอมให้เป็นเช่นนั้น

ข้อวิเคราะห์ของ รศ.ดร.ประจักษ์ซึ่งออกตัวว่ามองโลกในแง่ร้ายคือ "ถ้าเป้าหมายคือจะปกป้องรัฐธรรมนูญ ก็ต้องปกป้อง สว. เพราะการปกป้อง สว. กับรัฐธรรมนูญมันไปด้วยกัน" จึงไม่เชื่อว่าผู้มีอำนาจจะยอมเสียกลไกสำคัญในการรักษาอำนาจไป

7 กกต. ประชุมพิจารณาสำนวนคดีการเลือก สว. อย่างน้อย 12 ครั้ง ก่อนนัดลงมติ 14 ก.ย.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, 7 กกต. ประชุมพิจารณาสำนวนคดีการเลือก สว. อย่างน้อย 12 ครั้งตั้งแต่เดือน มิ.ย. ก่อนนัดลงมติ 14 ก.ย.

แต่ถึงกระนั้น นักรัฐศาสตร์จาก มธ. ประเมินว่า หลัง 14 ก.ย. สังคมไทยจะค่อย ๆ มีฉันทามติต่อเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะถ้ามติ กกต. ออกมาแบบค้านสายตา ไม่ส่งฟ้องใครเลย จะก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมสูง จึงมองข้ามอีกช็อตหลัง 14 ก.ย. ว่าภารกิจระยะยาวที่สังคมไทยต้องร่วมกันผลักดันให้ได้คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างน้อยแก้รายมาตราประเด็นที่มาของ สว., ขอบเขตอำนาจที่มาขององค์กรอิสระ

"ถ้าแก้ไม่ได้ เราก็ไม่ไปไหน สังคมก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ สุดท้ายถ้าเรื่องส่งไปศาล สว. หลุดไป เลือกตามกติกาเดิม มันก็มาใหม่ วนลูปภายใต้กติกาเดิม แล้วใครจะแข่งได้ อาจารย์ธงทองลงสมัครก็ตกรอบแน่นอน แม้มีชื่อเสียง ถ้าไม่อยู่ในขบวนการ ไม่ไปซื้อเสื้อจากร้านเดียวกัน ไม่มีทางที่จะแข่งได้ภายใต้ระบบที่เป็นอยู่ เพราะระบบที่เป็นอยู่ อย่างไรต้องฮั้วเท่านั้น ต้องจัดตั้งเท่านั้น ต้องใช้ระบบจักรกลทางการเมือง ต้องจัดตั้งขนาดใหญ่ ใช้เงิน ทุกคนที่มาไม่ใช่มาพลีชีพด้วยจิตอาสา เลยมองว่า กกต. ส่งไปศาลเป็นขั้นตอนสำคัญ แต่ถ้าเราแก้กติกาที่มา สว. ไม่ได้ เราต้องอยู่กับระบบการเลือก สว. แบบนี้ตลอดแล้วไปไหนไม่ได้" รศ.ดร.ประจักษ์ระบุ

หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป อาจารย์ประจักษ์เชื่อว่าทั้งดัชนีประชาธิปไตยไทยและดัชนีคอร์รัปชันของไทยจะตกต่ำอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะในการทุจริตทั้งหมด ไม่มีการทุจริตใดรุนแรงเท่าการเข้าสู่อำนาจทางการเมือง จึงหวังว่า 14 ก.ย. สังคมจะมีโอกาสได้ฟื้นฟูประชาธิปไตย ทำถูกต้อง ชอบธรรม

สว. ชุดที่ 13 เข้าร่วมประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้รัฐธรรมนูญในวาระที่ 2 เมื่อ 11 ธ.ค. 2568 ก่อนที่นายกฯ อนุทินจะประกาศยุบสภาในค่ำวันนั้น หลังรัฐสภามีมติ 329 ต่อ 302 โหวตคว่ำมาตรา 256/28 (ตัดอำนาจของ สว. 1 ใน 3 ในการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่)

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, สว. ชุดที่ 13 เข้าร่วมประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้รัฐธรรมนูญในวาระที่ 2 เมื่อ 11 ธ.ค. 2568 ก่อนที่นายกฯ อนุทินจะประกาศยุบสภาในค่ำวันนั้น หลังรัฐสภามีมติ 329 ต่อ 302 โหวตคว่ำมาตรา 256/28 (ตัดอำนาจของ สว. 1 ใน 3 ในการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่)
ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน: บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่มาจากภายนอก เนื้อหาจาก YouTube อาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์