5 ประเด็นต้องจับตา ก่อน กกต. ลงมติ "คดีฮั้วเลือก สว."

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวกรณีคณะกรรมการ กกต. จะลงมติสำนวนข้อกล่าวหา "คดีฮั้วเลือก สว." ปี 2567 ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. นี้ หลังจากมีรายงานตรงกันในสื่อหลายสำนัก โดยระบุว่า กกต. อยู่ระหว่างพิจารณาสำนวน
สำนวนคดีจำนวนกว่า 90,000 หน้าที่อยู่ในมือของ กกต. ชุดใหญ่ จะเป็นหลักฐานที่ชี้ขาดว่า "คดีฮั้ว เลือก สว." จะถูกส่งฟ้องต่อศาลฎีกาหรือไม่ หลังมีการตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย 2 ชุดขึ้นมาพิจารณาและกลั่นกรองคดีนี้
นี่เป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการพิจารณาสำนวนกรณีนี้ของคณะกรรมการ กกต. ที่เริ่มประชุมพิจารณามาตั้งแต่เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดที่สองที่พิจารณาคดีนี้ มีมติออกมาเมื่อเดือน มี.ค. 2569 และส่งเรื่องให้ กกต. ชุดใหญ่
คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ทำให้การเลือก สว. ปี 2567 มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม จำนวน 229 คน แบ่งเป็น สว. ชุดปัจจุบัน 138 คน, กลุ่มของรัฐมนตรี, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.), คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และเครือข่ายของพรรค ภท. รวม 41 คน และกลุ่ม สว. สำรองและผู้สมัคร สว. รวม 50 คน
ในเวลาเดียวกัน พรรคฝ่ายค้านคือพรรคประชาชน (ปชน.) และภาคประชาชนโดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) ได้ออกมาเปิดเผยพฤติกรรม ขบวนการ และตัวละครที่เกี่ยวข้องกับการ "ฮั้วเลือก สว." ต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ต่อเนื่องเดือน ส.ค.
ล่าสุดวานนี้ (25 ส.ค.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ไอลอว์เปิดข้อมูลในสำนวน "คดีโกงเลือก สว." พบว่าเอกสารดังกล่าวเป็นสำนวนของกองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงินในสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ (DSI) และเขามีข้อสงสัยว่าเอกสารดังกล่าวได้มาอย่างไร
ขณะที่ดีเอสไอมอบอำนาจให้กองกฎหมายเข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่นำเอกสารพยานหลักฐานและรายงานการสอบสวนในคดีพิเศษที่ 24/2568 คดีความผิดฐานอั้งยี่-ฟอกเงิน กรณีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ออกเผยแพร่สู่สาธารณะ
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากไอลอว์ออกมาเปิดเผยหลักฐานล่าสุดที่อ้างว่าเป็นข้อมูลการโทรเข้า-ออกระหว่างผู้สมัคร สว. อ่างทอง กับ สองนักการเมืองพี่น้องตระกูลปริศนานันทกุลของพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
บีบีซีไทยรวบรวม 5 ประเด็นที่ต้องจับตาก่อนที่คณะกรรมการ กกต. จะลงมติในคดีนี้
1. กกต. จะมีมติส่งฟ้องศาลทั้ง 229 คนหรือไม่
ย้อนไปในเดือน ก.พ. 2568 ซึ่ง สว. ชุดปัจจุบันปฏิบัติหน้าที่แล้วราว 8 เดือน กลุ่ม สว. สำรอง ผู้สมัคร สว. บางส่วนกว่า 40 คน ได้ออกมาเรียกร้องให้ กกต. เร่งสอบสวนคำร้องเกี่ยวกับการจัดเลือกตั้ง สว. ที่ไม่สุจริตจำนวน 570 คำร้อง และเข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ โดยขอให้ดีเอสไอเข้าร่วมสอบสวนคดีนี้ด้วย
ก่อนหน้านั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะคณะอนุกรรมการตามที่ กกต. มอบหมาย ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการ "ฮั้วเลือก สว." จำนวน 3 คำร้องที่ได้รับระหว่างเดือน ก.ค.-ส.ค. 2567 อยู่แล้ว และมีข้อสรุปว่า "ปรากฏข้อเท็จจริง เชื่อได้ว่ามีขบวนการในรูปแบบคณะบุคคล มีการจัดตั้งเครือข่ายขบวนการซึ่งปกปิดวิธีการ" และ "มีการวางแผนสลับซับซ้อน ทราบเฉพาะในกลุ่มขบวนการ" อีกทั้งยังพบ "โพยฮั้ว" ผู้ได้รับเลือกเป็น สว. จำนวน 138 คน และอยู่ในลำดับสำรอง 2 คน
ต่อมาในวันที่ 19 มี.ค. 2568 กกต. ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 ที่มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. กับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
มติจากคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 เห็นควรให้ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 คน แบ่งเป็น สว. 138 คน และหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค สส. และเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) 91 คน ตามรายงานในเวลานั้น
ทั้งหมดถูกกล่าวหาว่ากระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ทำให้การเลือก สว. ปี 2567 มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
สำหรับรายชื่อของผู้ถูกกล่าวหาใน "คดีโกงเลือก สว." ทั้ง 229 คน เมื่อ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา ไอลอว์ได้เปิดเผยรายชื่อที่อ้างว่ามาจากคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กกต. และดีเอสไอ รวม 4 กลุ่ม ดังนี้
- สว. 138 คน ซึ่งรวมถึง สว. ที่ถูกตัดสิทธิ์และเสียชีวิต 5 คน ได้แก่ วิเชียร ชัยสถาพร กลุ่ม 16 จ.ลำพูน (ถูกตัดสิทธิ์) , สุพรรณ์ ศรชัย กลุ่ม 18 จ.สุรินทร์ (เสียชีวิต), คอดียะฮ์ ทรงงาม กลุ่ม 18 จ.อ่างทอง (ถูกตัดสิทธิ์), เกศกมล เปลี่ยนสมัย กลุ่ม 19 จ.เพชรบุรี (ถูกตัดสิทธิ์), สมชาย เล่งหลัก กลุ่ม 19 จ.สงขลา (ถูกตัดสิทธิ์)
- สว. สำรองและผู้สมัคร สว. รวม 50 คน
- รัฐมนตรี, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.), และคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ภูมิใจไทย รวม 21 คน ในจำนวนนี้มีชื่อของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมอยู่ด้วย
- เครือข่ายพรรคภูมิใจไทยรวม 20 คน ในกลุ่มนี้ปรากฏชื่อของ นายเนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทย, ผู้ช่วยดำเนินการ สส. ภท., อดีตทีมงานของ สส. ภท. เป็นต้น
2. คนในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะโดนสั่งฟ้องด้วยหรือไม่
จากรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาที่คณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 เห็นควรส่งฟ้องจำนวน 229 คน ในจำนวนนี้เป็นรัฐมนตรี (รมต.), สส. และ กก.บห. พรรค ภท. 21 คน และยังมีบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นเครือข่ายของพรรคภูมิใจไทยอีก 20 คน
ก่อนหน้านี้ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ ได้ยื่นเรื่องต่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เพื่อขอให้ตรวจสอบ 9 บุคคลสำคัญในรัฐบาล ซึ่งรวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล ด้วย แต่ละคนถูกกล่าวหาด้วยพฤติกรรมแตกต่างกันไป ตั้งแต่ "มีส่วนรู้เห็น" "มีส่วนร่วม" "เป็นผู้วางแผน" โดยบางรายถูกระบุว่าเป็น "หัวหน้าขบวนการ"
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรค ภท. ออกมาแถลงว่าผู้ที่ถูกกล่าวอ้างชื่อทั้งหมดรวมถึงนายอนุทินจะดำเนินคดีนายยิ่งชีพในข้อหาหมิ่นประมาท

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ในเวลาต่อมา ฝ่ายค้านและไอลอว์ได้ออกมาเปิด "พยานบุคคล" และ "หลักฐาน" ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้ถูกกล่าวหาตามมติของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ทั้งหลักฐานที่อ้างว่าเป็น "เส้นเงิน", "ศูนย์ทำโพย" และข้อมูลการโทรเข้า-ออก ที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลบางส่วนในพรรค ภท. รวมถึงเครือข่ายของ ภท. เช่น
- "เส้นเงิน" ของนายสุบิน ศักดา ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตะกุกเหนือ อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี และเคยเป็นคณะทำงานและผู้ช่วยดำเนินงานของนายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี เขต 6 พรรค ภท. ที่โอนให้ 10 ผู้สมัคร สว. จ.สุราษฎร์ธานี
- "เส้นเงิน" ของ น.ส.ภัณนิภา ผาสุข เลขานุการของ สว.สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ที่โอนให้แก่ผู้สมัคร สว. 7 คน จาก 7 กลุ่มอาชีพ วงเงินรวม 105,000 บาท
- ข้อมูล "ศูนย์ทำโพย" อย่างน้อย 7 แห่ง ใน จ.พระนครศรีอยุธยา 3 แห่ง, ปทุมธานี 2 แห่ง, นครนายก 1 แห่ง และสมุทรสาคร 1 แห่ง ซึ่งมี สว. ชุดปัจจุบันหลายคนปรากฏตัวที่สถานที่ดังกล่าวตามคำบอกเล่าของพยานบุคคล
- ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของนายชลัฐ รัชกิจประการ สส. และ กก.บห. พรรค ภท. โทรคุยกับ สว. 19 คน รวมกันถึง 62 ครั้ง ในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ย. 2567 ตามการอ้างข้อมูลของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ์

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ล่าสุด ในเวทีเลกเชอร์ "ชนกำแพงให้จบ ๆ ผ่าพิภพ สว." เมื่อวันที่ 23 ส.ค. นายยิ่งชีพ ผอ.ไอลอว์ ได้เปิดข้อมูลที่อ้างว่าเป็นบันทึกการใช้โทรศัพท์ในวันเลือก สว. ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2567 ระบุว่าตอนช่วงเช้าเวลาประมาณ 04.00-05.00 น. มีผู้สมัคร สว. อ่างทองหลายคนโทรหานายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.จังหวัดอ่างทอง เขต 1 และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.จังหวัดอ่างทอง เขต 2 และ กก.บห. พรรคภูมิใจไทย โดยมีข้อมูลต้นสายและปลายสายชัดเจนว่าอยู่ในสถานที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี
"ทั้งท่านขวัญชัย (แสนหิรัณย์) ท่านสืบศักดิ์ (แววแก้ว) ท่านคอดียะฮ์ (ทรงงาม) พอออกมาช่วงเช้ามืดก็โทรหาท่านภราดร โทรหาท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล หนักไปกว่านั้น เวลาที่เขาโทรมีสายที่เกิดขึ้นในเวลาช่วงเที่ยงคืนกว่า ๆ เที่ยงคืนกว่า ๆ ยังเลือกไม่เสร็จนะครับ และทุกคนยังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมา ผู้สมัคร สว. ทุกคนต้องถูกยึดมือถือและเอามือถือคืนไม่ได้ แต่มีหมายเลขโทรศัพท์ของ สว. อ่างทอง ที่โทรไปหาท่านกรวีร์ โทรไปหาท่านภราดร ในช่วงที่คนอื่นโทรศัพท์ไม่ได้… นี่เป็นตัวอย่างของข้อมูลที่ไปถึง ไม่ใช่มีแค่หลักฐานอันควรเชื่อด้วย" นายยิ่งชีพระบุ
ด้านนายภราดร ให้สัมภาษณ์เมื่อ 24 ส.ค. ตั้งถามว่าข้อมูลรายการโทรศัพท์รับสายเข้า-โทรออกดังกล่าวเป็นข้อมูลจริงหรือไม่ เพราะไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่เอามาปะติดปะต่อเป็นข้อมูลเท็จหรือจริง อีกทั้งยังเป็นข้อมูลลับส่วนบุคคลที่ไม่สามารถนำข้อมูลมาได้ง่าย และหากยิ่งข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลสำนวนของ กกต. ยิ่งไม่ควรถูกเผยแพร่ออกมา ต้องถามไปที่ กกต.ด้วยว่าเป็นข้อมูลจริงจาก กกต. หรือไม่
นายภราดรยังชี้แจงถึงข้อมูลที่ไอลอว์อ้างว่าเป็นข้อมูลจากคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ของ กกต. ด้วยว่า จากที่เคยเข้าชี้แจงกับ กกต. ไม่มีการชี้แจงในประเด็นนี้

ที่มาของภาพ, โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์)
ด้านนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล กก.บห. พรรค ภท. สส.เขต 2 จ.อ่างทอง และประธานวิปรัฐบาล กล่าวเมื่อ 25 ส.ค. ว่าสิ่งที่ไอลอว์นำมาเปิดเผยเป็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ และหากเป็นข้อมูลที่เป็นเจ้าหน้าที่ภายในนำออกมาให้ เขาไม่เคยถูก กกต. ตั้งข้อกล่าวหาในประเด็นเกี่ยวกับโทรศัพท์มาก่อน
ต่อมาเมื่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ออกมาเปิดเผยว่าข้อมูลที่ไอลอว์นำมาเปิดเป็นสำนวนคดีของดีเอสไอจริง นายกรวีร์ได้ให้สัมภาษณ์กับรายการ "เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์" ช่องเนชั่นทีวี 22 และรายการ "กรรมกรข่าวคุยนอกจอ" ของวันที่ 26 ส.ค. ว่าในวันดังกล่าวยืนยันได้แน่นอนว่าตนไม่ได้อยู่ที่เมืองทองธานี และการที่มีใครโทรหา หรือรู้จักใคร ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายใด ๆ
"พวกนี้คือสิ่งที่ไอลอว์พยายามจะเชื่อมโยงว่ามีการพูดคุยกัน มีการโทรคุยกัน และบอกว่าผมเข้าไปเกี่ยวข้อง ไปกระทำการผิดกฎหมาย แต่ที่ผมฟังมาทั้งหมดยังไม่มีข้อไหนที่บอกว่าแล้วผมไปกระทำอะไรที่ผิดกฎหมายหรือเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เมื่อเขาเป็นผู้สมัครแล้ว ห้ามโทรหาผม ห้ามโทรหาคนที่เป็น สส. อย่างนั้นหรือครับ"
ส่วนรายชื่อที่ไอลอว์นำมาเปิดเผยทั้ง 3 รายชื่อว่ามีข้อมูลโทรเข้า-ออก นายกรวีร์กล่าวว่า คนที่ไม่ได้เป็น สว. ที่ไปสมัครตนรู้จัก และ "การรู้จักใครมันไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะผมเป็นผู้แทนฯ"
3. กกต. จะใช้สำนวนของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดไหน
สำนวนของคณะกรรมการที่สอบสวนและกลั่นกรอง "คดีฮั้วเลือก สว." ของ กกต. มีอยู่ 2 ชุด
ชุดแรกคือ คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 มติของคณะกรรมการชุดนี้ เห็นควรให้ส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 คน
ต่อมาสำนักงาน กกต. ได้มีความเห็นยืนตามมติของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ส่งต่อไปยังคณะกรรมการอีกชุดที่มีชื่อว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2568
5 เดือนถัดมา สื่อหลายสำนัก อาทิ สำนักข่าวเน็กซ์นิวส์ (Next News TH), เว็บไซต์ผู้จัดการ และเนชั่นทีวี รายงานตรงกันว่า คณะอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 นี้ มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ยกคำร้องต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน เมื่อ 12 มี.ค. 2569
อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวไม่เคยได้รับการยืนยันจาก กกต. ว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ โดย Next News TH รายงานว่าเลขาธิการ กกต. และผู้บริหารภายในสำนักงาน กกต. ปฏิเสธให้ความเห็นเรื่องนี้ และบอกว่าสำนวนเป็นความลับ
ทั้งนี้ ในการพิจารณาของ กกต. จะใช้สำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. กับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นหลัก ตามการเปิดเผยของนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการ กกต. เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา
4. กกต. จะตีความกฎหมายอย่างไร
เมื่อสำนวนการพิจารณา "คดีโกงเลือก สว." เข้าสู่ชั้นพิจารณาของคณะกรรมการ กกต. จากการให้ข้อมูลของนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่าจะเป็นการพิจารณารายจังหวัด และพิจารณาตามข้อหาที่ตั้งไว้ 7 ข้อหา
ที่ผ่านมาฝ่ายค้าน พรรค ปชน. และไอลอว์ ได้ทยอยเปิดข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงกลไกภาคปฏิบัติการของ "ขบวนการโกงเลือก สว." ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานที่อ้างว่าเป็น "เส้นเงิน" ที่ทีมงานของนักการเมืองใน จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.หนองบัวลำภู โอนเงินให้แก่ผู้สมัคร สว. ในอำเภอและจังหวัดเดียวกันในช่วงก่อนและหลังเลือก สว. ชุดที่ 13 เมื่อปี 2567
นอกจากนี้ยังมีการนำอดีตผู้สมัคร สว. ที่ฝ่ายค้านระบุว่าเป็น "พยานบุคคล" มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ "ศูนย์ทำโพย" ต่าง ๆ 7 แห่ง ในช่วงก่อนวันเลือกระดับประเทศ (24-25 มิ.ย. 2567)
จากการเปิดข้อมูลของฝ่ายค้านและไอลอว์อย่างน้อย 3 ครั้งบนเวทีสาธารณะ พบว่ามี สว. ปัจจุบันอย่างน้อยจาก 11 จังหวัดปรากฏตัวในศูนย์ทำโพยตามคำบอกเล่าของพยาน แบ่งเป็น สว. นครศรีธรรมราช 3 คน, นครพนม 3 คน, สุโขทัย 2 คน, ภูเก็ต 1 คน, ศรีสะเกษ 1 คน, หนองบัวลำภู 2 คน, อ่างทอง 2 คน
นอกจากนี้ยังมี สว. อีก 3 คนที่ถูกเอ่ยชื่อ เพราะมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับรัฐมนตรีในสังกัดพรรค ภท. โดยเป็น สว. จากบุรีรัมย์, พัทลุง, สงขลา ขณะเดียวกันยังมีอีก 2 ศูนย์ทำโพยที่มีนักการเมืองอื่น ๆ ปรากฏตัวในสถานที่แห่งนั้นด้วย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ในช่วงสุดท้ายที่ กกต. เตรียมลงมติสำนวน "โกงเลือก สว." นายยิ่งชีพ กล่าวย้ำบนเวทีเมื่อวันที่ 23 ส.ค. ว่าอำนาจการพิจารณาของ กกต. กฎหมายเขียนชัดเจนว่า ถ้ามีเหตุควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต มีการโกงเลือก สว. กกต. ต้องส่งศาลเท่านั้น
เขาชี้ว่า กกต. ไม่มีอำนาจใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัยหรือพิพากษาเอง และอย่าพยายามบอกว่าหลักฐานไปถึงใครหรือไปไม่ถึงใคร เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏออกมามีทั้งพยานตัวจริง คะแนนการเลือกที่ล้นกระดาน รวมทั้งรูปแบบการโหวตที่เป็นแพทเทิร์น
"ถ้าท่านเลือกจะฟ้องเพียงบางคน เลือกตัดตอนฟ้องตัวเล็กตัวน้อย [ฟ้อง] คนที่ผิดพลาดทิ้งร่องรอยอะไรเอาไว้ให้ตามสืบตามเจอ และท่านปล่อยตัวใหญ่ลอยนวล เราจะดูว่าท่านปล่อยใครไปและคนนั้นมีหลักฐานอะไร ถ้าท่านยกคำร้องของคนไหน เราเปิด [ข้อมูล] ของคนนั้น" นายยิ่งชีพกล่าว

ที่มาของภาพ, โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์)
ส่วนการออกมาให้ความเห็นของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่ระบุว่าการส่งสำนวนคำร้องให้ศาลฎีกาพิจารณา "คดีฮั้วเลือก สว." ของ กกต. ต้องมีองค์ประกอบครบ 3 ข้อ กกต. จึงจะส่งคำร้องเรื่องการเพิกถอนสิทธิผู้สมัครรับเลือก สว. ให้ศาลฎีกาได้ ตามมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญ ได้แก่ ต้องเป็นการกระทำของผู้สมัครหรือผู้สมัครรู้เห็นการกระทำของบุคคลอื่น, ต้องมีพฤติการณ์เข้าข่ายทุจริต เช่น จ้างลงสมัคร จ้างลงคะแนน สมยอมแลกคะแนน หรือให้ประโยชน์เพื่อเลือกตนเอง และต้องมีหลักฐานเชื่อได้ว่าการเลือกไม่สุจริตเที่ยงธรรม
เกี่ยวกับประเด็นนี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. และประธานวิปฝ่ายค้าน ออกมาแย้งโดยยก พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 62 ที่เขียนชัดเจนว่า เมื่อคณะกรรมการฯ ประกาศผลการเลือกแล้ว ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า "ผู้สมัครหรือผู้ใด" กระทำการทุจริตหรือรู้เห็นในการกระทำของบุคคลอื่น ให้คณะกรรมการฯ ร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธินั้นได้ ดังนั้นจากมาตรานี้จึงไม่จำกัดแค่ผู้สมัครเท่านั้น และในอดีต กกต. เคยสั่งฟ้องหลายคดีไปที่ศาลฎีกาโดยที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้เป็นผู้สมัคร สว. แต่อย่างใด

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
นายพริษฐ์ชี้ว่ากรณีนี้เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่า กกต. หรือบางส่วนของ กกต. พยายามจะ "ฟอกขาว" ผู้ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นเครือข่ายพรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่อยู่ในระดับการวางแผน
"ที่มีการคาดการณ์ว่าสั่งฟ้องบางคน และไม่สั่งฟ้องบางคน สิ่งที่ผมกังวลใจคือ กกต. จะใช้ยุทธวิธีสังเวยน้ำเงินอ่อน เพื่อปกป้องน้ำเงินเข้ม พูดง่าย ๆ ก็คือ ใครที่เป็น สว. ที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดศูนย์อำนาจมาก ใครที่เป็นหัวคะแนนระดับปฏิบัติการก็สั่งฟ้องได้ แต่ถ้าเป็นนักการเมืองที่อยู่ใน ครม. เป็นผู้บริหารพรรคการเมืองก็มีความกังวลใจว่า กกต. จะปกป้องอย่างเต็มที่" นายพริษฐ์ กล่าวกับรายการเจาะลึกทั่วไทยฯ ทางเนชั่นทีวี 22 เมื่อ 24 ส.ค.
ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับการพิจารณาสำนวนของ กกต. คือ การเปิดเผยหลักฐานใหม่ที่ไม่อยู่ในสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 26 มาก่อน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้สรุปมติไปตั้งแต่เมื่อปี 2568 หลักฐานชุดใหม่จะถูกนำมาพิจารณาในชั้น กกต. ชุดใหญ่หรือไม่ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ หนึ่งในคณะกรรมการ กกต. เคยตอบเรื่องนี้ไว้เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาว่า กกต. ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน เพราะได้รับการพิสูจน์และโต้แย้งกันแล้ว เมื่อมีฝ่ายกล่าวหา ก็ต้องให้ฝ่ายถูกกล่าวหามาชี้แจงด้วย
"ดังนั้นหากอยู่นอกสำนวน แม้จะเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่ไม่ได้ผ่านกระบวนการให้อีกฝ่ายได้แก้ข้อกล่าวหาด้วย ก็ไม่สามารถนำมาพิจารณาได้" นายสิทธิโชติ กล่าว
5. กกต. 4 คนที่ สว.ชุดนี้รับรอง จะเป็นผู้ร่วมลงมติคดีนี้ด้วย
อีกประเด็นที่ฝ่ายค้านและไอลอว์ แสดงความกังวลต่อการพิจารณาสำนวน "ฮั้วเลือก สว." คือ คณะกรรมการ กกต. 4 จาก 7 คน ถูกรับรองเลือกโดย สว. ชุดปัจจุบัน โดยนายยิ่งชีพ ผอ.ไอลอว์ ชวนให้จับตาการลงมติของ กกต. ทั้ง 4 คน ซึ่งได้แก่
- นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. - วุฒิสภามีมติเห็นชอบให้เป็น กกต. ด้วยคะแนนเสียง 165 ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 20 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง เมื่อ 22 ก.ค. 2568 (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 7 ธ.ค. 2568 เป็นอดีตหัวหน้าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา และเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้เป็น กกต.)
- นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กรรมการ กกต. - วุฒิสภามีมติเห็นชอบให้เป็น กกต. ด้วยคะแนนเสียง 137ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 29 เสียง เมื่อ 20 ต.ค. 2568 (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 7 ธ.ค. 2568 เป็นอดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตอธิบดี 3 กรม)
- นายณรงค์ รักร้อย กรรมการ กกต. - วุฒิสภามีมติเห็นชอบให้เป็นกกต. ด้วยคะแนนเสียง 135 ต่อ 0 งดออกเสียง 32 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง เมื่อ 20 ต.ค. 2568 (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 7 ธ.ค. 2568 เป็นอดีตผู้ว่าราชการ 3 จังหวัด และเคยปฏิบัติงานร่วมกับนายอลงกต วรกี สว. ชุดปัจจุบัน)
- นายจิรุตม์ วิศาลจิตร - วุฒิสภามีมติเห็นชอบให้เป็น กกต. ด้วยคะแนนเสียง 144 ต่อ 1 งดออกเสียง 26 เสียง (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 26 มี.ค. 2569 เป็นอดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ดำรงตำแหน่งในสมัยที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็น รมว.คมนาคม)ฃ
ส่วน กกต. อีก 3 คนที่มาจากการแต่งตั้งของ สว. ชุดเฉพาะกาลคือ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ครบวาระไปแล้วเมื่อ ธ.ค. 2568 (แต่เนื่องจาก สว. ชุดนี้ไม่รับรอง กกต. คนใหม่ 1 คน ทำให้นายฐิติเชฏฐ์ยังต้องอยู่ทำหน้าที่ต่อไปในระหว่างเริ่มต้นกระบวนการสรรหา กกต. คนใหม่), นายชาย นครชัย จะครบวาระในเดือน ต.ค. 2573 และนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ จะครบวาระในเดือน มี.ค. 2574































