ทำไมเพลงเชียร์ของอาร์เจนตินา มีเนื้อหาเกี่ยวกับอังกฤษและหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, เดล จอห์นสัน
- Role, ผู้สื่อข่าวฟุตบอล บีบีซี
- Published
- เวลาอ่าน: 7 นาที
"เพื่อมัลวีนัส เพื่อดิเอโก เพื่อทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของลิโอ" คือเนื้อร้องที่เหล่านักเตะทัพฟ้าขาวอาร์เจนตินากู่ร้องออกมา เพื่อฉลองชัยชนะเหนือทีมชาติอียิปต์ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
มัลวีนัส (Malvinas) คือชื่อของหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ในภาษาสเปน
ดิเอโก หมายถึงดิเอโก มาราโดนา ตำนานลูกหนังชื่อดังชาวอาร์เจนตินา ส่วนลิโอ หมายถึง ลิโอเนล เมสซี ซึ่งในฟุตบอลโลกครั้งนี้คาดการณ์ว่าจะเป็นการลงเตะในนามทีมชาติครั้งสุดท้ายของเขา
ด่านต่อไปของพวกเขาคือการพบกับอังกฤษในศึกฟุตบอลโลกรอบรองชนะเลิศ ในวันพฤหัสบดีที่ 16 ก.ค. เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
แต่บทเพลงเชียร์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงแค่การโหมโรงก่อนการโคจรมาพบกับอังกฤษเท่านั้น เพราะชาวอาร์เจนตินามักจะร้องเพลงที่เกี่ยวกับมัลวีนัสและอังกฤษอยู่เป็นประจำ
การรื้อฟื้นความบาดหมางในเกมกีฬาเพื่อแย่งกันเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกยิ่งเพิ่มความดุเดือดให้กับนัดนี้ขึ้นไปอีกขั้น
ทว่าในขณะที่อังกฤษมองอาร์เจนตินาเป็นเพียงคู่ปรับในวงการฟุตบอล แต่สำหรับอาร์เจนตินาแล้ว การแข่งขันนัดนี้มีความหมายลึกซึ้งกว่านั้นมาก
"มันไม่ใช่เรื่องของความเกลียดชังเลย ไม่สักนิดเดียว"

ที่มาของภาพ, Getty Images
หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ซึ่งเป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ เป็นดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษมาตั้งแต่ปี 1833
หมู่เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งตะวันออกของอาร์เจนตินา 300 ไมล์ (ราว 482 กม.) โดยอาร์เจนตินาเชื่อว่าพวกเขาควรมีอธิปไตยเหนือดินแดนดังกล่าว
ความขัดแย้งดังกล่าวถึงจุดแตกหักในปี 1982 อาร์เจนตินาบุกยึดหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ในสงครามที่ตามมา
สงครามฟอล์กแลนด์กินเวลานาน 74 วัน และคร่าชีวิตผู้คนไป 907 คน แบ่งเป็นทหารอาร์เจนตินา 649 นาย ทหารอังกฤษ 255 นาย และชาวเกาะฟอล์กแลนด์อีก 3 คน
การรำลึกถึงทหารที่สูญเสียไปในความพ่ายแพ้เมื่อ 44 ปีก่อน ในขณะที่หมู่เกาะนี้ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชาวอาร์เจนตินา และเรื่องราวนี้ถูกจารึกไว้ในบทเพลงอื่น ๆ อีกหลายบทเพลง
ก่อนการแข่งขันนัดกระชับมิตรกับแซมเบียที่สนามลาบอมโบเนรา ในกรุงบัวโนสไอเรส เมื่อเดือน มี.ค. เหล่าทหารผ่านศึกจากสงครามฟอล์กแลนด์ได้ลงไปร่วมร้องเพลงชาติกับเหล่านักเตะในสนามฟุตบอลด้วย
มีบทเพลง ๆ หนึ่งที่มักจะถูกร้องเป็นประจำในการแข่งขันฟุตบอล หรือแม้แต่ในคอนเสิร์ตดนตรีร็อก ในเพลงนี้ ชาวอาร์เจนตินาจะกระโดดโลดเต้นและร้องตะโกนว่า "ตอนนี้คุณก็เห็นแล้ว ตอนนี้คุณก็เห็นแล้ว ใครไม่กระโดดคือคนอังกฤษ !"
ในการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดระหว่างอาร์เจนตินาและอังกฤษจะมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น เนื่องจากความตึงเครียดทางประวัติศาสตร์ดังกล่าว
"มันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาร์เจนตินา" นิโคลัส ร็อตนิตซ์สกี ผู้สื่อข่าวชาวอาร์เจนตินากล่าวกับบีบีซีสปอร์ต
"มันเหมือนกับเป็นการบอกว่า 'เราไม่ใช่พวกเขา เราคือพวกเรา' ดังนั้นเราจึงต้องกระโดดเพื่อพิสูจน์ว่าเราไม่ใช่พวกเดียวกับเขา"
ร็อตนิตซ์สกีกล่าวว่านอกจากบราซิลแล้ว อังกฤษถือเป็นคู่ปรับตัวฉกาจที่สุดของอาร์เจนตินาในวงการฟุตบอล
"มันไม่ใช่เรื่องของความเกลียดชังเลย ไม่สักนิดเดียว" ร็อตนิตซ์สกีกล่าว
"มันเป็นสิ่งสำคัญ ในการตระหนักถึงตัวตนของเราผ่านสิ่งที่เกิดขึ้นกับมัลวีนัส [ชื่อภาษาสเปนของหมู่เกาะฟอล์กแลนด์] มันเป็นเรื่องของความเป็นตัวตนของเรา"
โรดริโก เด ปอล กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินากล่าวว่า บทเพลงเหล่านั้นแค่ "เพียงสื่อถึงเหล่าฮีโร่ของเราเท่านั้น" และไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเมือง
"เราต้องเข้าใจว่านี่คือการแข่งขันฟุตบอล และปัญหาเรื่องมัลวีนัสจำเป็นต้องนำไปพูดคุยกันในที่อื่น" เด ปอล กล่าว
จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษกล่าวว่า แมตช์นี้เป็น "เพียงแค่เกมฟุตบอลเกมหนึ่ง" และเขาคาดว่า "ฟุตบอลจะเป็นตัวพิสูจน์เอง"
สหพันธ์ทหารผ่านศึก 2 เม.ย. ของอาร์เจนตินายืนยันว่าเกมนัดนี้ "ไม่ใช่การล้างแค้นด้วยอาวุธ หรือการชดเชยทางประวัติศาสตร์"
อย่างไรก็ดี นี่ก็เป็นการปะทะกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ระหว่างการเมืองและกีฬา
ปาโบล กีร์โน รัฐมนตรีต่างประเทศของอาร์เจนตินา กล่าวในช่วงสัปดาห์นี้ว่า ประชากรบนหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ "ถูกนำพามาตั้งถิ่นฐานโดยจงใจจากมหาอำนาจผู้ยึดครอง"
รัฐบาลสหราชอาณาจักร ตอบโต้กลับคำกล่าวนี้ โดยยืนยันว่าชาวเกาะฟอล์กแลนด์เป็น "ชาวอังกฤษที่มีสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเอง"
แม้แต่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เองก็ไม่สามารถเพิกเฉยต่อประเด็นทางการเมืองครั้งนี้ของทั้งสองชาติได้
ในฟุตบอลโลก 2022 แอนโธนี เทย์เลอร์ ผู้ตัดสินจากพรีเมียร์ลีก เคยเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะได้ลงตัดสินในนัดชิงชนะเลิศ แต่ท้ายที่สุดเขาได้ถูกตัดชื่อออกไปเมื่ออาร์เจนตินาผ่านเข้าสู่รอบชิง
แมตช์ระหว่างอาร์เจนตินากับอังกฤษ ไม่เคยเป็นแค่การพบกันแบบฉันมิตร

ที่มาของภาพ, Getty Images
แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะจินตนาการว่า สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ (Football Association - FA) จะนำวิดีโอที่นักเตะหรือแฟนบอลทีมชาติอังกฤษร้องเพลงเกี่ยวกับเยอรมนีหรือสงครามโลกครั้งที่สองออกมาเผยแพร่
แฟนบอลอังกฤษมักจะถูกวิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง จากการร้องเพลง 'Ten German Bombers' (เครื่องบินทิ้งระเบิดเยอรมัน 10 ลำ) หรือ 'Two World Wars and one World Cup' (สงครามโลกสองครั้งและแชมป์ฟุตบอลโลกหนึ่งหน) แต่นั่นก็ยังเกิดขึ้น ทั้งที่เอฟเอเคยเรียกร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าวแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม สมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินากลับเผยแพร่วิดีโอในลักษณะนั้นเสียเอง
หลังอาร์เจนตินามีชัยชนะเหนืออียิปต์ 3-2 ประตูในรอบ 16 ทีมสุดท้าย บัญชีผู้ใช้แพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) อย่างเป็นทางการของทีมฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินาในภาคภาษาอังกฤษ ได้โพสต์วิดีโอที่เหล่านักเตะกำลังร้องเพลง "เพื่อมัลวีนัส เพื่อดิเอโก เพื่อทัวร์นาเมนต์สุดท้ายขอลิโอ"
นอกจากเรื่องของเพลงที่ร้องแล้ว ดิเอโก มาราโดนา ก็จะมีพื้นที่ในประวัติศาสตร์ของเกมการแข่งขันของคู่นี้เสมอ
"[เกมนี้] มีความสำคัญอย่างยิ่ง และทำให้หวนนึกถึงความทรงจำมากมายจากสิ่งที่ดิเอโกเคยทำไว้" เด ปอล กล่าว
เพียง 4 ปีหลังจากความขัดแย้งที่ฟอล์กแลนด์ อาร์เจนตินาและอังกฤษก็โคจรมาพบกันที่สนามอัซเตกาอันยิ่งใหญ่ในเม็กซิโก ในรอบก่อนรองชนะเลิศศึกฟุตบอลโลกปี 1986
มาราโดนาเหมาทำสองประตูให้อาร์เจนตินาที่ชนะอังกฤษไป 2-1 ประตูหนึ่งมาจากความยอดเยี่ยมเหนือชั้น และอีกประตูมาจากตำราลูกไม้ตุกติก ซึ่งถูกเรียกว่า หัตถ์ของพระเจ้า (Hand of God)
นับตั้งแต่นั้นมา ทั้งสองประเทศได้ลงฟาดแข้งกันอีก 3 ครั้ง โดยเป็นศึกฟุตบอลโลก 2 ครั้ง
ในปี 1998 เดวิด เบ็คแฮม ถูกไล่ออกจากสนามในเกมที่เสมอกัน 2-2 และอังกฤษก็แพ้ดวลจุดโทษไป 4-3
4 ปีต่อมา เบ็คแฮมได้ชำระแค้นด้วยการทำประตูชัยประตูเดียวในเกมนั้นจากการยิงจุดโทษ
ในนัดกระชับมิตรเมื่อปี 2005 อังกฤษเอาชนะอาร์เจนตินาไปได้ 3-2 ในการแข่งขันซึ่งจัดขึ้นที่สนามกลางในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยไมเคิล โอเวน พลิกสถานการณ์ของเกมด้วยการเหมาทำประตูในนาทีที่ 86 และนาทีแรกของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
ในช่วงไม่กี่ปีก่อนเกิดสงครามฟอล์กแลนด์ อาร์เจนตินาและอังกฤษเคยพบกันในเกมกระชับมิตร 3 ครั้ง โดยเตะที่กรุงลอนดอน 2 ครั้ง และที่กรุงบัวโนสไอเรส 1 ครั้ง
แต่ในปัจจุบัน การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเช่นนั้นดูเหมือนจะเป็นไปแทบไม่ได้เลย
การพบกันระหว่างอาร์เจนตินาและอังกฤษจึงไม่มีวันถูกมองว่าเป็นแค่การเผชิญหน้าแบบฉันมิตรได้แต่อย่างใด
เมื่อลองเปรียบเทียบกับเกมที่อังกฤษพบกับบราซิล ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ทั้งสองทีมเจอกันในเกมกระชับมิตร 6 ครั้ง โดยเป็นการเตะที่สนามเวมบลีย์ 4 ครั้ง ที่สนามมาราคานาในนครรีโอเดจาเนโร 1 ครั้ง และอีกหนึ่งครั้งที่กาตาร์
ฟีฟ่าควรเข้ามาจัดการกับเพลงของอาร์เจนตินาหรือไม่

ที่มาของภาพ, Getty Images
ในปี 2014 ฟีฟ่าได้สั่งปรับเงินสมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินาจำนวน 20,000 ปอนด์ (ราว 898,000 บาท) หลังจากนักเตะชูป้ายผ้าที่มีข้อความว่า "มัลวีนัสเป็นของอาร์เจนตินา" ก่อนเกมกระชับมิตรกับสโลวีเนีย แต่องค์กรลูกหนังโลกกลับแสดงท่าทีว่าแทบจะไม่สนใจจะเข้ามาจัดการกับปัญหาการร้องเพลงเชียร์ของอาร์เจนตินาเลย
แต่ฟีฟ่ากลับไม่อนุญาตให้ใช้ภาพสัญลักษณ์ที่สื่อถึงการทหารบนธงหรือป้ายผ้า
แฟนบอลอังกฤษกลุ่มหนึ่งพยายามนำธงที่มีตราสโมสรบาร์โรว์ (Barrow AFC) เข้าไปในเกมที่พบกับกานา
ตราสโมสรดังกล่าวมีรูปเงาดำของเรือดำน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟีฟ่าสั่งห้าม แฟนบอลกลุ่มนี้จึงต้องนำเทปมาปิดทับรูปเรือนั้นไว้
ในอดีตอาร์เจนตินาก็เคยเผชิญกับเสียงวิจารณ์จากเพลงเชียร์อื่น ๆ เช่นกัน
หลังจากคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเหนือฝรั่งเศสเมื่อเดือน ธ.ค. 2022 นักเตะของพวกเขาได้ร้องเพลงในเชิงดูหมิ่นฝรั่งเศสและคีลิยัน เอ็มบัปเป้ ศูนย์หน้าของฝรั่งเศส
หลังจากอาร์เจนตินาคว้าแชมป์โคปาอเมริกาปี 2024 เอนโซ เฟอร์นันเดซ กองกลางจากเชลซี ถูกบีบให้ออกมาขอโทษจากวิดีโอที่เขาโพสต์ โดยสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสระบุว่าเพลงดังกล่าวเป็นเพลงเชียร์ที่ "เหยียดเชื้อชาติและเลือกปฏิบัติ"
แต่สำหรับยูฟ่า (Uefa) ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลฟุตบอลของยุโรปแล้ว นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ยูฟ่ามักจะมีบทลงโทษต่อสโมสรหรือนักเตะ หากมีกรณีที่มีการแสดงป้ายผ้า สัญลักษณ์ หรือร้องเพลงเชียร์ที่มีเนื้อหาทางการเมืองส่วนใหญ่
หากเพลงเชียร์ใดถูกพิจารณาว่าก้าวร้าวและเกิดขึ้นในช่วงที่มีการแข่งขันระหว่างสองประเทศ การมีบทลงโทษก็มักจะตามมา
ตัวอย่างเช่นเหตุการณ์หลังเกมนัดชิงชนะเลิศยูโร 2024 เมื่อสเปนเอาชนะอังกฤษ 2-1
อัลบาโร โมราตา กัปตันทีมชาติสเปน และโรดรี เพื่อนร่วมทีม ถูกแบนในการแข่งขัน 1 นัด หลังจากที่พวกเขาร้องเพลงว่า "ยิบรอลตาร์เป็นของสเปน" ระหว่างการฉลองชัยชนะของทีม
การร้องเพลงเชียร์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อหน้าแฟนบอลสเปนนับหมื่นคนที่จัตุรัสซิเบเลสในกรุงมาดริด
เช่นเดียวกับหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ยิบรอลตาร์ก็เป็นดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษ
ด้วยเหตุนี้ บีบีซีสปอร์ตจึงเข้าใจได้ว่า หากอยู่ภายใต้กฎระเบียบของยูฟ่า บริบทของเพลงเชียร์เรื่องมัลวีนัสจะถือเป็นการละเมิดกฎอย่างแน่นอน
ทว่าเสียงตะโกน "ใครไม่กระโดดคือคนอังกฤษ !" ก็จะยังคงดังกึกก้องไปทั่วสนามแอตแลนตาสเตเดียม
"ในวันพุธนี้ คุณจะได้ยินมันบ่อยมาก" ร็อตนิตซ์สกีกล่าว "มันจะดังกระหึ่มอย่างแน่นอน"





























