ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง ธนาธร คดี ม.112 กรณีไลฟ์สด "วัคซีนพระราชทาน"

.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางมารับฟังคำพิพากษาที่ศาลอาญาวันนี้ (28 พ.ค.)
Published
เวลาอ่าน: 5 นาที

ศาลอาญาพิพากษายกฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในคดีความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการเผยแพร่เฟซบุ๊กไลฟ์หัวข้อ "วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย" เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2564

วันนี้ (28 พ.ค.) ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.875/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายธนาธร ในฐานะจำเลย

คำฟ้องของอัยการระบุว่า การไลฟ์สดทางเฟซบุ๊กของนายธนาธรเมื่อปี 2564 มีเจตนาให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 อันเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระเกียรติยศและเป็นการกล่าววาจาจาบจ้วงล่วงเกิน

สำนักข่าวไทยรัฐ และมติชน รายงานตรงกันว่า ศาลตัดสินยกฟ้อง โดยเห็นว่าการเผยแพร่เฟซบุ๊กเรื่องการบริหารจัดการวัคซีน เป็นการพาดพิงต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นโดยตรง

คดีนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดสั่งฟ้องนายธนาธร ทั้งข้อหาตามกฎหมายอาญามาตรา 112 นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตาม มาตรา 14 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เมื่อเดือน เม.ย. 2565

คลิปที่ทำให้นายธนาธรถูกแจ้งข้อหา ม.112 เป็นคดีแรกนี้มีความยาวประมาณ 20 นาที เขาวิจารณ์นโยบายการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า "ล่าช้า" และตั้งคำถามถึงแนวทางจัดหาวัคซีนแบบ "แทงม้าตัวเดียว" จาก แอสตร้าเซนเนก้า และแสดงความกังวลต่อการที่ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ถือหุ้นโดยตรงเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดวัคซีน

ในการแถลงข่าวทีคณะก้าวหน้าเมื่อ 21 ม.ค. 2564 หลังถูกแจ้งความด้วยคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นายธนาธรกล่าวว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ข้อกล่าวหามาตรา 112 มาปิดปากผู้ที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณ

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images

คำบรรยายภาพ, ในการแถลงข่าวทีคณะก้าวหน้าเมื่อ 21 ม.ค. 2564 หลังถูกแจ้งความด้วยคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นายธนาธรกล่าวว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ข้อกล่าวหามาตรา 112 มาปิดปากผู้ที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณ

ลำดับเหตุการณ์คดี "วัคซีนพระราชทาน" และคำฟ้องของอัยการสูงสุด

27 พ.ย. 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาการจัดหาวัคซีนโควิด-19 โดยการจองล่วงหน้าระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กับแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) บริษัทผลิตวัคซีนสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ทรงมีพระราชดำริให้ บ. สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย ให้เข้าร่วมดำเนินการบรรจุและแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19

ในการลงนามครั้งนี้มี พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวังและประธานกรรมการ บ. สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ อธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้บริหารบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ลงนามในสัญญาจองล่วงหน้าและจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล

คำบรรยายภาพ, ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ อธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้บริหารบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ลงนามในสัญญาจองล่วงหน้าและจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน

18 ม.ค. 2564 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าววิจารณ์นโยบายการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ "วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย ?" ความยาวประมาณ 30 นาที โดยระบุว่ารัฐบาลดำเนินการล่าช้าและตั้งคำถามถึงแนวทางจัดหาวัคซีนแบบ "แทงม้าตัวเดียว" จาก บ.แอสตร้าเซนเนก้า รวมทั้งแสดงความกังวลต่อการที่บริษัทเอกชนซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ถือหุ้นโดยตรงเข้ามาเป็นผู้เล่นในตลาดวัคซีน

20 ม.ค. 2564 นายอภิวัฒน์ ขันทอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จในการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี และการฝ่าฝืนหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค (คตส.) เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษนายธนาธรต่อพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ถูกแจ้งความในข้อหา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ที่มาของภาพ, BBC THAI

คำบรรยายภาพ, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ถูกแจ้งความในข้อหา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

29 ม.ค. 2564 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยื่นคำร้องต่อศาลอาญาขอให้ระงับการเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ 3 รายการ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการอภิปรายของนายธนาธร ในหัวข้อ "วัคซีนพระราชทาน ใครได้ใครเสีย ?" ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ซึ่งศาลได้มีคำสั่งในวันเดียวกันนั้นให้ระงับการทำแพร่หลายซึ่งข้อมูลดังกล่าวในเฟซบุ๊ก ยูทิวบ์และเว็บไซต์ของคณะก้าวหน้า

1 ก.พ. 2564 นายธนาธรยื่นคำร้องคัดค้านและขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งห้ามเผยแพร่ดังกล่าว ศาลนัดไต่สวนคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย คือ กระทรวงดิจิทัลฯ และนายธนาธรก่อนจะมีคำสั่ง

4 ก.พ. 2564 ศาลอาญามีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งศาลวันที่ 29 ม.ค. ที่ให้ลบเนื้อหาออนไลน์ตามคำร้องของกระทรวงดิจิทัลฯ โดยศาลให้เหตุผลตอนหนึ่งว่า การพิจารณาว่าข้อความใดจะเป็นข้อความที่อาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะต้องพิจารณาจากข้อความทั้งหมด มิใช่พิจารณาตอนหนึ่งตอนใด ซึ่งจากข้อความที่นายธนาธรนำเสนอต่อศาลพบว่ามุ่งเน้นเรื่องการกล่าวหารัฐบาลว่าบกพร่องในการจัดหาวัคซีน ซึ่งมีการบรรยายถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องหลายบริษัทรวมทั้งกล่าวถึงผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้นด้วย ข้อมูลเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่ระบุเกี่ยวกับการถือหุ้นเป็นเพียงข้อมูลส่วนน้อย และไม่ใช่ประเด็นหลักของการนำเสนอ

30 มี.ค. 2564 นายธนาธรเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งนายธนาธรได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริตเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนไทย เป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการจัดการวัคซีนป้องกันโรคไวรัสโคโรนา 2019 และกล่าววิจารณ์รัฐบาลว่าการจัดการและการดำเนินการของรัฐบาลนั้นจะกระทบและทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

12 ต.ค. 2564 พนักงานสอบสวน สน. นางเลิ้ง ส่งตัวนายธนาธรพร้อมสำนวนการสอบสวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง

11 เม.ย. 2565 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด (สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5) มีคำสั่งฟ้องนายธนาธร ฐานความผิดตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 14 ของ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ

คำฟ้องของสำนักงานอัยการสูงสุดเมื่อ 11 เม.ย. 2565 สรุปได้ว่าเนื้อหาที่นายธนาธรกล่าวในการถ่ายทอดสด ซึ่งมีผู้รับชมมากถึง 5.1 แสนคน มีวัตถุประสงค์ให้เกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ มีเจตนาให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 อันเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระเกียรติยศและเป็นการกล่าววาจาจาบจ้วงล่วงเกิน เปรียบเทียบเปรียบเปรยหรือเสียดสีให้เป็นที่ระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาทของพระเจ้าอยู่หัว

คำฟ้องระบุว่าจำเลย คือนายธนาธรให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวน