งานวิจัยพบโอกาสสำเร็จของการมีบุตรลดลงอย่างชัดเจนหลังอายุ 49 ปี แม้จะใช้ไข่บริจาคจากหญิงอายุน้อยก็ตาม

This Morning TV's soap expert Sharon Marshall sits in the sunshine. She is smiling at the camera and is wearing a bright blue blouse.
คำบรรยายภาพ, ชารอน มาร์แชลล์ มีอายุ 46 ปี เมื่อให้กำเนิดเบ็ตซีย์ ลูกสาวของเธอ จากการรักษาด้วยวิธีเด็กหลอดแก้ว (IVF) ในปี 2018
    • Author, มิเชล โรเบิร์ตส์
    • Role, บรรณาธิการข่าวสุขภาพดิจิทัล
  • Published
  • เวลาอ่าน: 6 นาที

ผลการวิจัยชิ้นใหม่ชี้ว่า ผู้หญิงที่มีอายุมากมีโอกาสประสบความสำเร็จจากการรักษาภาวะมีบุตรยากน้อยลง แม้จะใช้ไข่บริจาคจากหญิงอายุน้อยก็ตาม โดยอัตราความสำเร็จจะลดลงอย่างชัดเจนตั้งแต่อายุราว 49 ปีขึ้นไป

นักวิจัยซึ่งศึกษากลุ่มผู้หญิงจำนวน 1,774 คน ระบุว่า ผลการศึกษานี้ท้าทายความเชื่อที่ว่า การใช้ไข่บริจาคสามารถ "รีเซ็ต" นาฬิกาชีวภาพด้านการสืบพันธุ์ได้อย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ดี ผลการวิจัยดังกล่าวไม่ควรทำให้คู่สมรสที่มีอายุมากล้มเลิกความตั้งใจที่จะเข้ารับการรักษาภาวะดังกล่าว

ผลการศึกษาพบว่า ผู้หญิงอายุ 49 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรสูงกว่ากลุ่มอายุ 35-40 ปีถึงสองเท่า อีกทั้งยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้น้อยกว่ากลุ่มดังกล่าวอีกด้วย

คณะนักวิจัยเชื่อว่า สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุโพรงมดลูกที่เกิดขึ้นตามวัย และมองว่าปัญหาดังกล่าวอาจสามารถรักษาได้ในอนาคต

ภาวะเจริญพันธุ์เสื่อมตามวัย

นักวิจัยระบุว่า ในอนาคตอาจสามารถพัฒนาวิธีคาดการณ์ ป้องกัน หรือปรับปรุงภาวะเสื่อมตามวัยของมดลูกได้

พญ.เบียทริซ เครสตานี หัวหน้าคณะวิจัยจากสถาบันเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์แห่งหนึ่งในอิตาลี กล่าวว่า ที่ผ่านมา วงการแพทย์มักมองว่า ภาวะเสื่อมถอยของระบบสืบพันธุ์เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับรังไข่เป็นหลัก และเชื่อว่าการนำไข่ของผู้บริจาคอายุน้อยมาใช้แทนไข่ของสตรีสูงวัยจะช่วย "รีเซ็ต" นาฬิกาชีวภาพด้านการสืบพันธุ์ได้

"ผลการศึกษาของเราชี้ให้เห็นว่า ภาพรวมของเรื่องนี้มีความซับซ้อนกว่านั้น" พญ.เครสตานีกล่าว

ผลการศึกษาพบว่า สตรีในช่วงวัยกลางและปลายอายุ 30 ปีมีโอกาสตั้งครรภ์จากการใช้ไข่บริจาคร่วมกับการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ราว 54% ขณะที่ในกลุ่มสตรีอายุ 49 ปีขึ้นไปสัดส่วนดังกล่าวลดลงเหลือประมาณ 43%

อัตราการคลอดบุตรแล้วรอดชีวิตยังลดลงจาก 46% เหลือ 32% ขณะที่อัตราการแท้งบุตรเพิ่มขึ้นจาก 24%เป็น 38%

นักวิจัยยังพบการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุโพรงมดลูก (endometrium) ซึ่งเป็นบริเวณที่ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิหรือเอ็มบริโอฝังตัวและเจริญเติบโต ในสตรีอายุมากกว่า โดยพบว่าถึงแม้ความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูกจะใกล้เคียงกัน แต่คุณภาพหรือสภาวะของเยื่อบุดังกล่าวลดลงตามอายุ

อย่างไรก็ตาม พญ.เครสตานีกล่าวเพิ่มเติมว่า "ผลการศึกษานี้ไม่ควรทำให้ผู้หญิงที่กำลังพิจารณาใช้ไข่บริจาคในการรักษาภาวะมีบุตรยากรู้สึกท้อแท้ เพราะอัตราความสำเร็จของการรักษายังคงอยู่ในระดับที่มีนัยสำคัญ แม้ในผู้ที่มีอายุมากก็ตาม"

"อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรได้รับข้อมูลว่า การใช้ไข่บริจาคไม่สามารถขจัดผลกระทบของภาวะเสื่อมถอยของระบบสืบพันธุ์ตามวัยได้ทั้งหมด โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุเกิน 49 ปี"

ในการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยพบว่า ในกลุ่มผู้หญิงอายุ 35-40 ปีที่ได้รับการย้ายตัวอ่อนทั้งหมดที่มีอยู่ อัตราการคลอดบุตรมีชีพอยู่ที่ราว 80% ขณะที่ในกลุ่มผู้หญิงอายุ 49 ปีขึ้นไป อัตราดังกล่าวอยู่ที่ 62.5% นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้หญิงอายุมากกว่าอาจต้องใช้เวลาและเข้ารับการรักษาหลายครั้งมากกว่า จึงจะได้ผลลัพธ์ในระดับใกล้เคียงกัน

พูดอย่างตรงไปตรงมา

ชารอน มาร์แชลล์ ใช้เวลานานถึงหกปีในการพยายามทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ในระหว่างที่เธออยู่ในช่วงวัย 40 ปี ก่อนจะให้กำเนิดเบ็ตซีย์ ลูกสาวของเธอได้สำเร็จเมื่ออายุ 46 ปี

"เราเห็นคนดังหลายคนที่มีลูกในช่วงปลายวัย 40 ปี, วัย 50 ปีต้น ๆ หรือมากกว่านั้น และเราก็ร่วมแสดงความยินดีกับพวกเขา แต่เราไม่รู้เลยว่าพวกเขาต้องผ่านความทุกข์ยากมาแค่ไหน"

"เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันคิดว่าช่วงเกือบตลอดวัย 40 ปีของตัวเอง ฉันอยู่ในภาวะเจ็บป่วยและซึมเศร้าอย่างต่อเนื่อง และรู้สึกเหมือนสูญเสียอำนาจในการกำหนดชีวิตและร่างกายของตัวเองไปโดยสิ้นเชิง ฉันต้องผ่านกระบวนการนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า"

เธอกล่าวว่า เคยให้คำมั่นกับตัวเองว่าจะยุติการรักษา หากการทำเด็กหลอดแก้วยังไม่ประสบความสำเร็จภายในอายุ 47 ปี

"เราประสบความล้มเหลวในการตั้งครรภ์ไปถึงสองครั้ง ก่อนจะประสบความสำเร็จในที่สุดในการรักษารอบที่เจ็ด" เธอเล่า

มาร์แชลล์กล่าวว่า ตลอดช่วงการตั้งครรภ์ เธอใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความกังวล

"ฉันไม่เคยรู้สึกสบายใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว... จนกระทั่งถึงวันที่ลูกคลอดออกมา"

เมื่อกล่าวถึงผลการศึกษาฉบับใหม่นี้ เธอระบุว่า

"เราควรพูดความจริงกับผู้หญิงเกี่ยวกับความท้าทายที่พวกเธออาจต้องเผชิญ และบอกให้ชัดว่าการตั้งครรภ์เมื่ออายุมากขึ้นนั้นอาจเป็นเรื่องยากเพียงใด"

"ผู้หญิงทุกคนสมควรได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้" เธอกล่าว

Sharon stands next to a large BAFTA sign. She is wearing a leapord print dress and has wavy blonde hair. She smiles with a hand on her hip.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ชารอนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านละครโทรทัศน์ในรายการ "ดิส มอร์นิ่ง" (This Morning) ซึ่งออกอากาศในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของสหราชอาณาจักร

ผู้เชี่ยวชาญยังย้ำว่า สุขภาพของมดลูกและรังไข่ของผู้หญิงแต่ละคนแตกต่างกันไป

สหราชอาณาจักรไม่มีการกำหนดเพดานอายุสูงสุดในการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ตามกฎหมายแตกต่างจากบางประเทศในยุโรป เช่น กรีซ ซึ่งกำหนดอายุสูงสุดไว้ที่ 54 ปี

ขณะเดียวกัน ข้อกำหนดด้านอายุของผู้บริจาคไข่ก็แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ โดยในอินเดีย กฎหมายเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproductive Technology- ART) กำหนดให้เฉพาะผู้หญิงอายุระหว่าง 23-35 ปีเท่านั้นที่สามารถบริจาคไข่ได้ และทำได้เพียงครั้งเดียวตลอดชีวิต

ส่วนในประเทศไทย ผู้บริจาคไข่ต้องมีอายุระหว่าง 20-35 ปี ขณะที่บราซิลกำหนดอายุสูงสุดของผู้บริจาคไว้ที่ 37 ปี

ในสหราชอาณาจักร ผู้หญิงที่มีอายุไม่เกิน 36 ปีสามารถบริจาคหรือแบ่งปันไข่ของตนได้

ทั้งนี้ หน่วยงานกำกับดูแลของสหราชอาณาจักรกำหนดให้คลินิกเอกชนประเมินสวัสดิภาพของเด็กที่จะเกิดมา รวมถึงความสามารถทางร่างกายของผู้รับการรักษาในการตั้งครรภ์และคลอดบุตรอย่างปลอดภัย

ในขณะเดียวกัน แนวทางปฏิบัติของระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) แนะนำว่าควรเสนอทางเลือกในการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) จำนวน 3 รอบให้แก่สตรีที่มีอายุไม่เกิน 40 ปี และเสนอจำนวน 1 รอบให้แก่สตรีที่มีอายุไม่เกิน 42 ปี

สำหรับผู้ป่วยที่ใช้ไข่บริจาค โดยทั่วไปมักต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวด้วยตนเอง

ในสหราชอาณาจักร บุคคลที่เกิดจากการใช้สเปิร์ม ไข่ หรือเอ็มบริโอที่ได้รับจากผู้บริจาคที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง หลังวันที่ 1 เม.ย. 2005 สามารถยื่นขอข้อมูลระบุตัวตนของบิดาหรือมารดาผู้บริจาคทางชีวภาพได้เมื่อมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์

A baby's feet are held by an adult pair of hands underneath

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเมื่อเลือกใช้การรักษาภาวะมีบุตรยากคู่สมรสควรเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดและรับคำปรึกษาอย่างเหมาะสม

ผลการศึกษาดังกล่าวได้รับการนำเสนอในการประชุมของสมาคมเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และเอ็มบริโอวิทยาแห่งยุโรป (European Society of Human Reproduction and Embryology- ESHRE) และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Human Reproduction

ศ.โบรุต โควาชิช ว่าที่ประธาน ESHRE ซึ่งแสดงความเห็นต่อผลการวิจัยนี้ กล่าวว่า นักวิจัยกำลังพยายามทำความเข้าใจให้มากขึ้นเรื่อง "การสื่อสารโต้ตอบ" (cross-talk) ที่เกิดขึ้นระหว่างเอ็มบริโอที่กำลังฝังตัวกับเยื่อบุโพรงมดลูก

เขาระบุว่า แม้การศึกษาฉบับล่าสุดนี้จะชี้ให้เห็นถึงช่วงอายุที่สัมพันธ์กับการเริ่มเสื่อมถอยของการทำงานของมดลูก แต่เกณฑ์อายุดังกล่าวไม่น่าจะเป็นข้อกำหนดที่ตายตัวสำหรับผู้หญิงทุกคน

"ผลการศึกษานี้มอบข้อมูลสำคัญแก่ผู้ป่วย และเป็นรากฐานอันมีคุณค่าสำหรับการวิจัยในอนาคตที่มุ่งค้นหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพรูปแบบใหม่ของภาวะมดลูกเสื่อมตามวัย" เขากล่าว

ด้าน นพ.อิปโปเครติส ซาร์ริส ว่าที่ประธานสมาคมภาวะเจริญพันธุ์แห่งสหราชอาณาจักร (British Fertility Society) เรียกร้องให้มีการศึกษาเพิ่มเติมในประเด็นนี้ พร้อมชี้ว่า การตั้งครรภ์ในสตรีอายุมากอาจมีความเสี่ยงสูงกว่า ซึ่งหมายความว่าคู่รักควรได้รับการตรวจอย่างละเอียดและคำปรึกษาเมื่อเริ่มต้นการรักษาภาวะมีบุตรยาก